ได้รับการสนับสนุนจากญาติของเติ้งเกาหย่วน เฉินชางตัดสินใจลงมือทำอย่างเต็มที่“โทรหาแผนกจักษุวิทยาเพื่อขอปรึกษาเคส! แผนกรังสีวิทยาใช่ไหมครับ ผมเฉินชางนะครับ ขอนัดทำเอ็มอาร์ไอกะโหลกศีรษะครับ”
หลังจากเฉินชางโทรไปแจ้ง หลี่เยว่ได้พาเติ้งอวี่กลับมา พอเจอเฉินชางก็ถามอย่างประหลาดใจ“เกิดอะไรขึ้นเหรอเฉินชาง”
เฉินชางพูดอย่างกังวลเล็กน้อย “ตอนนี้ผมสงสัยว่าโรคซึมเศร้าของเติ้งอวี่อาจจะไม่ใช่โรคประสาท!”
หลี่เยว่อึ้งไป “โรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคประสาทแล้วเป็นโรคอะไรครับ”เฉินชางรีบตอบว่า “เนื้องอกครับ!”
หลี่เยว่มองบนทันที พลันพึมพำเสียงเบา “งั้นเป็นโรคประสาทยังดีกว่าเนื้องอก… เนื้องอกในกะโหลกศีรษะ”หลี่เยว่มองเติ้งอวี่แล้วอดถอนหายใจไม่ได้
เฉินชางยิ้ม “อาจจะไม่ใช่เนื้องอกชนิดร้ายแรงก็ได้”เฉินชางพูดจบก็มองเติ้งอวี่พร้อมพูดว่า“เราไปเอ็มอาร์ไอกะโหลกศีรษะกัน คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ที่นั่นจะเป็นบ้านหลังหนึ่ง คุณเข้าไปแล้วปิดตาแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว!”
เติ้งอวี่เป็นโรคซึมเศร้า ไม่ได้โง่หรือปัญญาอ่อน แน่นอนว่าต้องเข้าใจสิ่งที่เฉินชางพูด นึกถึงเอ็มอาร์ไอสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที จากนั้นเริ่มส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ไม่… ไม่!”
เฉินชางอดถอนหายใจไม่ได้ รู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย “ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวผมไปด้วย ไม่ต้องกลัวไม่มีอะไร!”“ไม่ ผมไม่ไป!”
เติ้งเกาหย่วนเดินเข้ามา เขาไม่ได้โกรธแต่มองเติ้งอวี่เงียบๆ พร้อมเผยรอยยิ้ม“ลูกชาย