ความจริงลูกไม่เคยทำให้พ่อผิดหวัง! จริงๆ นะ ลูกแค่ป่วย หายเมื่อไรก็ไม่มีอะไรแล้ว ฟังหมอนะ ได้ไหม”
เติ้งอวี่ได้ยินคำพูดของเติ้งเกาหย่วนก็สงบลงเล็กน้อย เขาหลบสายตาของพ่อพูดตามตรงเติ้งอวี่รู้สึกว่าตนคือคนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง นอกจากพ่อเขาหาคุณค่าในตัวเองไม่เจอเลย ข้อได้เปรียบเดียวของเขาอาจจะเป็นการมาเกิดในครอบครัวนี้!“ครับ” เสียงของเติ้งอวี่ทุ้มต่ำมาก
ตอนที่ทุกคนไปถึงห้องเอ็มอาร์ไอ เติ้งเกาหย่วนลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเข้าห้องตรวจไปกับเฉินชางตอนที่เติ้งอวื่นอนลงบนเครื่องตรวจก็เริ่มกระสับกระส่ายตามคาด จากนั้นเขาพลิกตัวอยากออกมาเติ้งเกาหย่วนเห็นแบบนี้ก็รีบพูดว่า “นอนลง หลับตา หายใจเข้าลึกๆ!”
เติ้งอวี่กลัวเล็กน้อย เสียงเริ่มสะอื้น “ไม่… ไม่ผมรู้สึกว่าผมจะตายแล้ว ปล่อยผมออกไป! ปล่อยผมออกไป!”
จากนั้นเขาเริ่มหายใจถี่ สองมือเริ่มคว้าไปทั่ว ข้อมือที่เพิ่งทำแผลเสร็จเริ่มมีเลือดซึมออกมาหมอแผนกรังสีวิทยารีบหยุดการตรวจ เติ้งอวี่เองก็กลิ้งลงจากเตียง ตอนนี้เขาสีหน้าซีดเซียว เหงื่อท่วมตัวหลังจากเห็นเติ้งเกาหย่วน เขารีบเข้าไปกอดขาพูดพร้อมตัวที่สั่นเทิ้ม“ขอโทษครับพ่อ… ผม… ผมทำไม่ได้! ทรมานมากครับ เหมือนกำลังจะตายเลย”
เฉินชางถอนหายใจอย่างจนปัญญา คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้เป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการวิตกกังวลและซึมเศร้าอย่างรุนแรงที่จะทำการตรวจในพื้นที่จำกัดเช่นเอ็มอาร์ไอหรือซีทีสภาพแวดล้อมเล็กๆ แบ