ก่อนระหว่างที่พูด เฉินชางก็ได้เดินเข้าไป
“สวัสดีครับ ผมเป็นหมอเวร ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ หรือว่ามีอะไรให้เราช่วยไหมครับ!”เฉินชางพูดอย่างสุภาพมาก!
ทั้งสามเห็นว่าเฉินชางที่เป็นแค่ชายหนุ่มวิ่งออกมาก็อึ้งไปทันที“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ไปตามหัวหน้าของพวกคุณมา!”ชายวัยกลางคนพูดเรียบๆ เหมือนไม่ได้อยากสร้างความลำบากใจให้เฉินชาง
ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงกว่า เจ้าหน้าที่ธุรการของโรงพยาบาลเลิกงานแล้วหัวหน้าหลายคนที่ไม่มีเคสผ่าตัดก็กลับบ้านไปตั้งนานแล้ว
เฉินชางอธิบายอย่างจนปัญญา“เวลานี้พวกหัวหน้าถ้าไม่ผ่าตัดอยู่ก็เลิกงานกันหมดแล้วครับ! ผมเป็นหมอเวรวันนี้ มีเรื่องอะไร ผมช่วยแก้ไขให้ได้!”
เฉินชางเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ใช่พวกไม่ยอมฟังเหตุผล ความจริงในใจก็พอจะตัดสินได้ว่าพวกเขาอาจจะเจอปัญหาอะไรจริงๆเฉินชางรีบพูดอีกว่า“อย่างนี้ครับ ถ้าตอนนี้คุณป้าป่วย เราไม่อยากเสียเวลา อยากรีบรักษาโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าเป็นปัญหาอะไร เราก็แก้ไขได้ ถ้าเป็นผลเสียที่เกิดจากเรา โรงพยาบาลไม่ปัดความรับผิดชอบอยู่แล้ว โรงพยาบาลตั้งอยู่ตรงนี้ แน่นอนว่าหนีไปไหนไม่ได้ ถูกไหมครับ”
ชายวัยกลางคนพยักหน้า หญิงวัยกลางคนที่อยู่ข้างหลังรีบเข็นหญิงชราเข้ามา“คืออย่างนี้ค่ะ วันนี้แม่ฉันกินยาที่พวกคุณสั่งเข้าไปไม่นานก็หมดสติ เรียกว่าเป็นปัญหาการรักษาของพวกคุณไหมละคะ”
ทุกคนรอบข้างได้ยินประโยคนี้ก็ต่างวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ความจริงนี่คือเหตุผลที