บบชิลๆ แล้วบังเอิญได้รับรางวัลไม่ใช่เหรอ
เขามีเวลาไปทำแผลด้วยเหรอตอนนี้เอง ไม่รู้ว่าเป็นใครที่ถามขึ้นมา “นี่คือความต่างระดับสินะ!”
พอเอ่ยประโยคนี้ออกไป ทั้งห้องพลันเงียบลงหลังจากทุกคนไตร่ตรองดูรอบหนึ่ง ก็อดมองหน้าแล้วพยักหน้าให้กันไม่ได้
ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น ขณะที่เฉินชางรับสาย ชายชราที่รับการทำแผลอยู่ข้างๆ ก็พลอยได้ยินไปด้วยคนเราแก่ตัวลงย่อมได้เห็นโลกมามาก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงโลกเมืองหลวงแห่งนี้เลยย่อมได้ยินเช่นกันว่าอีกฝ่ายเรียก “คุณ” อยู่เนื่องๆ ถึงกับเรียกว่่า “ศาสตราจารย์เฉิน” ด้วยไหนจะการผ่าตัดปลูกถ่ายตับที่พูดถึงตลอด ถึงขั้นที่บอกว่าเป็นเคสแรกของประเทศ เป็นการนำร่องอะไรพวกนั้นด้วย…ถ้อยคำเหล่านี้ที่ได้ฟังเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่! แบบนี้จะเก่งเกินไปแล้วมั้ง
ชายชราก็ไม่ได้เข้าใจมากนัก แต่ก็พอจะเข้าใจราวเจ็ดแปดส่วนเขาเบิกตากว้างมองดูเฉินชาง เต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้
รอจนผ่านไปหลายนาที เฉินชางทำแผลเสร็จเรียบร้อย เขายิ้มแล้วเอ่ยกับชายชราว่า“คุณปู่ จำไว้ว่าอย่าให้โดนน้ำนะครับ… เสี่ยวอี เธอกำชับคุณปู่อีกนิดหน่อยนะ ผมจะไปก่อนละ”พูดจบก็ลุกเดินออกไป!
เฉิงอี๋พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ได้ค่ะ ศาสตราจารย์เฉิน รีบเถอะค่ะ ทางนี้ฉันดูแลเอง!”
รอจนเฉินชางออกไปแล้ว ชายชราคนนี้ถึงได้เบิกตากว้างถามด้วยความอยากรู้“แม่หนู คนนี้คือ…”
เฉิงอี๋ยิ้มตาหยีตอบไปว่า“ศาสตราจารย์เฉินนะคะ ไม่ใช่หมอทั่วๆ ไปหรอกค่ะ!