“ประคองผมลุกจากเตียงที ผมอยากนั่ง อยากอุ้มลูกสักหน่อย” เสียงของซุนเจี้ยนดูสิ้นหวังและหดหู่อย่างเห็นได้ชัด
พยาบาลมองจางฮุยหมิน เห็นผู้อำนวยการจางพยักหน้าให้ จึงช่วยประคองขึ้นมา
ปีนี้พยาบาลเพิ่งอายุยี่สิบสอง เวลานี้พอต้องเห็นช่วงเวลาความเป็นความตาย น้ำตาก็รินคลอเบ้าทันที
ครอบครัวหนึ่งที่แสนอบอุ่นเช่นนี้ ได้เห็นจางหลิงโถมตัวเข้าสู่อ้อมแขนซุนเจี้ยน ร้องไห้อย่างไร้เสียง เธอค่อนข้างรับไม่ไหวจริงๆ
วินาทีนี้ เธอตระหนักขึ้นมาอย่างแท้จริงว่า ที่แท้คนเราก็ร้องไห้จนไร้เสียงได้จริงๆ… น้ำตาเป็นของไร้ค่า แต่ก็เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เช่นกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ซุนเจี้ยนฟื้นขึ้นมา ทุกคนเล่าต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวให้เขาฟัง เพียงแต่… ทำไมล่ะ เพราะอะไร! เพราะอะไรถึงเป็นฉัน เพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้! ไม่มีใครตอบ… และไม่มีใครตอบได้!
ผ่านไปพักใหญ่ เขาค่อยๆ สงบอารมณ์ลง
เขาเอ่ยขึ้นว่า “แม่ครับ แม่เข้ามาที…ผมมีเรื่องอยากคุยกับแม่”
ฟ่านซิงหัวพยักหน้ารับ เช็ดตาเล็กน้อย เธอหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาสามี
“มาที่โรงพยาบาลเถอะ มาหาลูกหน่อย เขาฟื้นแล้ว!” แค่ประโยคเดียว แค่ไม่กี่คำกลับให้ฝ่ายสามีเข้าใจถึงความหมายแฝง สามีวางสาย ความเศร้าหมองถาโถมเข้ามา! ชายวัยกลางคนรับรู้ถึงคำว่าหัวขาวเผาหัวดำแล้ว ชวนให้คนปวดใจมากจริงๆ
“แม่ครับ ผมอยากยกบ้านให้หลิงหลิง” ซุนเจี้ยนเอ่ยเข้าประเด็น
ฟ่านซิงหัวไม่ปฏิเสธ ตอบรับไป “ได้จ้ะ ลูกว่า