จี้หรูอวิ่นมองเฉินซางที่สวมสูทยืนตัวตรงอยู่ตรงนั้น หล่อเหลาสง่างาม เฉินซางยังไม่ทันมีปฏิกิริยา แต่จี้หรูอวิ่นมีความสุขอย่างยิ่ง!
“เหล่าฉิน ไปเอารองเท้าหนังในรถมา!”
ฉินเสี้ยวยวนพยักหน้าพลางหัวเราะฮ่าๆ ลุกขึ้นเดินออกไป
ยิ่งใกล้วันแต่งงานเท่าไร ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวก็ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น เจ้าของร้านก็คือดีไซเนอร์ เขายืนอยู่ด้านข้างกับพนักงานอีกสองคน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ลูกเขยคนนี้ที่พี่หามาไม่เลวเลยจริงๆ! ทั้งมีความสามารถทั้งหน้าตาดี ทำเอาผมอยากจะเชิญมาเป็นนายแบบภาพนิ่งสักหน่อยเลย”
เจ้าของร้านรู้จักกับจี้หรูอวิ่น สูทตัวที่แพงที่สุดของเหล่าฉินหรือก็คือสูทตัวนั้นที่ฉินเยว่ขโมยไปให้เฉินซางใส่ก็ตัดจากร้านนี้เหมือนกัน
“ฮ่าๆ งั้นเหรอ ฉันก็ว่าอย่างนั้น!”จี้หรูอวิ่นจัดปกเสื้อให้เฉินซาง จากนั้นก็ดึงเสื้อผ้าให้เรียบตึงพลางเอ่ยว่า“ชีวิตนี้ฉันไม่มีลูกชาย ลูกเขยคนนี้ก็ถือเป็นลูกชายครึ่งตัว ดูเหมือนฉันจะมีโชคไม่เลวเลย ได้เจ้าหนุ่มอย่างเสี่ยวซางมา”
“ทำไมฉันรู้สึกว่ายังขาดอะไรไปกันนะ…ใช่แล้ว! เอาไทมาให้ฉันสักเส้นสิ”
ตอนที่จี้หรูอวิ่นจัดแจงเสื้อผ้าให้เฉินซาง เธอจริงจังและละเอียดมาก อยากจะรีดรอยยับทั้งหมดบนชุดให้เรียบ บรรจงผูกเนคไทให้อย่างละเอียดลออ ในเวลานี้ ฉินเสี้ยวยวนก็หิ้วรองเท้าหนังเข้ามาพอดี ยี่ห้อปราดา แพงมาก! เหล่าฉินเลือกมาด้วยตัวเอง
“มา! ฉันเลือกรองเท้าหนังให้นายเองเลยนะ ลองดูสิว่าเป็นอย่าง