น
เขายังจะกล้าปิดบังต่อไปได้อย่างไร สุดท้ายก็สารภาพออกมาจนหมด
ปรากฏว่าเขาถูกคนอื่นบงการมาอีกที
ในฐานะบัณฑิตยากจนผู้หนึ่ง เหลียงเฉิงเยว่มีพรสวรรค์ไม่พอ ยังขาดความพากเพียร ชอบคิดอะไรนอกลู่นอกทางอยู่เป็นนิจ
ครั้นเห็นว่าการสอบเสี้ยนซื่อคราวนี้คงหมดหวังเสียแล้ว เขาก็นึกกลุ้มใจ
เฮ้อ…บิดาของเขาบอกว่า ถ้ารอบนี้ยังสอบไม่ผ่านอีกก็จะไม่สนับสนุนเขาเรียนหนังสือแล้ว บอกให้เขากลับบ้านไปทำนา
จะทำอย่างไรได้ ทางบ้านยากจน สามารถแบกรับมาถึงตอนนี้ได้ก็นับว่าถึงขีดจำกัดแล้ว จึงแบกรับไม่ไหวอีกต่อไป
มิหนำซ้ำ บรรดาพี่ชายพี่สะใภ้ของเขาก็ไม่พอใจกันแล้ว
แต่เหลียงเฉิงเยว่อยากกลับไปเสียที่ไหน?
ทำงานเหน็ดเหนื่อยปานนั้น ทั้งยังสกปรกอีกต่างหาก จะมีเกียรติสู้เป็นบัณฑิตผู้หนึ่งได้อย่างไร แต่ถ้าไม่กลับไป เขาก็ใช้เงินที่มีไปจนหมดแล้ว เขายังจะไปที่ไหนได้อีก?
ยามนั้นเองก็มีคนมาหาเขา ใช้น้ำเสียงล่อลวงถามเขาว่า “อยากหาเงินไหม?”
เหลียงเฉิงเยว่ตอบว่า “อยาก”
ตอนที่เขาได้ยินจากคนผู้นั้นว่าจะให้ตนเองไปร้องเรียนว่าที่หนึ่งของอำเภอ ‘ทุจริตในการสอบ’ ก็ไม่ใคร่จะเต็มใจ แต่คนผู้นั้นกลับบอกว่า ‘นี่ ศิษย์พี่เหลียง ท่านเข้าใจผิดแล้ว ถ้าข้าไม่มีหลักฐานจะให้ท่านไปทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?’
คนผู้นั้นคว้าตัวเขาเอาไว้ แล้วบอกเล่าสถานการณ์ของจูชีให้เขาฟังอย่างคร่าว ๆ
เพิ่งเรียนหนังสือมาได้สองปี จะร้ายกาจแค่ไหนก็ไม่อาจเรียนสี่ตำราห้าคัมภีร์ได