้จนครบภายในเวลาสั้น ๆ แค่นั้นหรอก จริงไหม?
ดังนั้นจูชีผู้นี้จะต้องทุจริตแน่แล้ว
“เรื่องนี้ข้าไม่สะดวกจะออกหน้า เพราะข้ามีเรื่องขัดแย้งกับสำนักศึกษาหลานฮวา ถ้าข้าออกหน้าเอง คนอื่นก็คงจะคิดว่าข้าหาเรื่องอีกฝ่ายเพราะความขัดแย้งส่วนตัวน่ะสิ”
“แต่ถ้าเป็นท่านย่อมไม่เหมือนกัน พวกเขาไม่รู้จักท่าน ทั้งยังไม่มีความแค้นต่อกัน เมื่อท่านเป็นคนไปร้องเรียน คนอื่นก็จะเชื่อไว้ก่อนสามส่วน”
“ถ้านายอำเภอเชื่อท่าน ท่านยังต้องกลัวว่าจะร้องเรียนคนแซ่จูผู้นั้นไม่ได้อีกรึ?”
……
คนผู้นั้นกล่าวพลางล้วงตั๋วแลกเงินออกมาโบกไปมาต่อหน้าเหลียงเฉิงเยว่
นั่นเป็นตั๋วแลกเงินมูลค่าพันตำลึงเงินเชียวนะ ทั้งชีวิตนี้เหลียงเฉิงเยว่ยังไม่เคยเห็นเงินจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน หัวใจดวงน้อย ๆ พลันเต้นรัวแรง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรับปาก
แต่จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่า เรื่องที่อีกฝ่ายเพิ่งเริ่มเรียนได้ไม่นานนั้นเป็นความจริง แต่คนเขามีความสามารถ ‘ผ่านตาไม่ลืมเลือน’ สามารถท่องจำตำราหนึ่งร้อยสิบสองเล่มโดยไม่ตกหล่นไปแม้แต่คำเดียวได้ในเวลาไม่ถึงสองปี
“คนผู้นั้นมีนามว่าอะไร?” นายอำเภออวี้หงซิ่นฟังความเป็นมาทั้งหมดแล้วก็ถามขึ้นมา
เหลียงเฉิงเยว่เงยหน้าขึ้นมาตอบว่า “หม่าหงคั่ว”
จูชีความจำดีปานไหน นึกออกได้ในทันที “พี่สาม เป็นคนผู้นั้นขอรับ”
ทั้งยังกลัวว่าจูซานจะคิดไม่ออก จึงบอกเพิ่มมาอีกว่า “ก็คือคนที่คิดจะใส่ร้ายว่ากวงจี้ทุจริตในการสอบ แอบยัดโพยมาใ