นสัมภาระเข้าสอบของกวงจี้”
จูซานร้อนใจจนแทบอยากจะปิดปากน้องเจ็ดของตนเองเสียเดี๋ยวนั้น
เจ้าเด็กบื้อคนนี้ ไม่ง่ายเลยกว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้เจ้าได้ เจ้ายังจะมาลากคนอื่นลงย้ำไปอีกอย่างนั้นรึ?
อาจารย์เสิน หลิวเจี้ยนถง และเสินกวงจี้ “…”
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาท่องตำราเก่ง ลำพังนิสัยชอบพูดความจริงของเขาก็ชวนให้คนทุบตีได้แล้ว!
นายอำเภออวี้หงซิ่นยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
จากที่ได้สัมผัสในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่าว่าแต่เขาเลย กระทั่งฝูงชนที่มาชมการพิจารณาคดีอยู่ข้างนอกเหล่านั้นก็ยังมองออกว่า คนสอบได้ที่หนึ่งของเสี้ยนซื่อปีนี้เหมือนดังที่พี่ชายของเขาพูดไว้ไม่มีผิด…นิสัยซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา เสียก็แต่ซื่อจนค่อนไปทางซื่อบื้อ
เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกอัจฉริยะทั้งหลายล้วนมี ‘ข้อบกพร่อง’ ที่ชวนให้คนหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้เช่นนี้กันหมดทุกคน?
ไม่อย่างนั้น เขามีท่าทางเซ่อซ่าขนาดนี้ แต่กลับเรียนหนังสือได้ร้ายกาจปานนั้นได้อย่างไร?
“พวกเจ้ารู้จักหม่าหงคั่วผู้นี้หรือไม่?” นายอำเภออวี้หงซิ่นถามคนในศาลประหนึ่งไม่ได้ยินสิ่งที่จูชีพูด
ครานี้จูซานไม่กล้าปล่อยให้น้องเจ็ดของเขาพูดจาอีกแล้ว เพราะเกรงว่าจะพ่นถ้อยคำที่ทำให้คนใจหายใจคว่ำออกมาอีก จึงรีบก้าวออกมาประสานมือกล่าวว่า “เรียนใต้เท้านายอำเภอ คนผู้นี้กับข้าน้อยเพียงเคยพบหน้ากันครั้งเดียวขอรับ”
จากนั้นก็เล่าสถานการณ์ที่ตนเองได้พบหม่าหงคั่วในวันแรกของการสอบเสี้ยนซื่อออกมา