นั้นของน้องชายก็รู้สึกปวดใจ
เขาเป็นพี่ชายของจูชี ทั้งยังคอยเฝ้ามองจูชีเรียนหนังสืออยู่ทุกวัน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าจูชีทุ่มเทเวลาไปมากมายเท่าไหร่?
คนอื่นเพียงเห็นว่าจูชี ‘ผ่านตาไม่ลืมเลือน’ ก็เข้าใจว่าเขามีพรสวรรค์ ทว่าสิ่งเหล่านั้น น้องเจ็ดของเขาใช้เวลาและหยาดเหงื่อแลกมาทั้งสิ้น
น้องเจ็ดในอดีต ยามนอนก็นอนจนตื่นเอง ยามเล่นก็เล่นจนหนำใจแล้วถึงจะยอมเลิก นอกจากบางครั้งที่ถูกคนรังแก ทุกวันล้วนอารมณ์เบิกบานแจ่มใส เหมือนเด็กน้อยจริง ๆ อย่างไรอย่างนั้น ไม่ว่าเรื่องใดล้วนไม่ต้องกังวล
แต่หลังจากเริ่มเรียนหนังสือ วันเวลาเช่นนั้นก็หายไปทันตาเห็น ไม่หวนคืนกลับมาอีกเลย
นับตั้งแต่นั้น ฟ้าเพิ่งสางก็จะตื่นมาอ่านตำรา กินข้าวเสร็จก็จะไปเดินย่อยอาหารและท่องตำราไปด้วย…
กระทั่งตอนไปปลดทุกข์ก็ยังไม่ลืมพกตำราติดตัวไป
เขาข่มความปวดใจนั้นลงไป แล้วถามว่า “น้องเจ็ด ข้าถามเจ้า ตั้งแต่เข้าเรียนจนถึงตอนนี้ เจ้าอ่านตำราเล่มไหนไปแล้วบ้าง? ให้บอกชื่อตำราให้ครบทุกเล่ม ห้ามตกหล่นแม้แต่เล่มเดียว”
จูชีชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นจึงกล่าวว่า “บางเล่มอาจารย์เรียบเรียงเองก็ต้องบอกออกมาด้วยหรือ?”
เนื่องจากเป็นตำราที่เรียบเรียงเอง ชื่อตำราพวกนั้นจึงอาจไม่มีชื่อที่เป็นมาตรฐานสักเท่าใด
“บอกออกมาทุกเล่ม” จูซานตอบ
เพราะความเชื่อมั่นในตัวพี่ชาย จูชีจึงไม่พูดอะไรอีก เขาท่องชื่อตำราเหล่านั้นออกมา
แม้จะเป็นเวลาไม่ถึงสองปี แต่ผู้ใดจะไ