นผู้หนึ่งอ่านตำราหนึ่งเล่ม หากต้องอ่านอย่างละเอียดแล้วเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
ยกกรณีของเขาเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน หนังสือประเภทบันทึกการเดินทางหรือบันทึกเบ็ดเตล็ดก็อ่านผ่านตาเพียงรอบเดียว วันนี้อ่านนิด พรุ่งนี้อ่านหน่อย รวมเวลาที่ใช้อ่านไปทั้งหมดราวเกือบครึ่งเดือนหรือครึ่งค่อนเดือนก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
ช่วงนี้ตำราสำคัญที่ต้องอ่านก็คือตำราที่จะใช้สอบเคอจวี่ นั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ย่อมอ่านอย่างละเอียดและใช้เวลามากกว่า
มีเพียงบทละครที่ไม่สลักสำคัญ ก็จะอาศัยช่วงที่ผู้ใหญ่ไม่ได้จับตามอง จุดโคมอ่านครึ่งค่อนคืนจนจบเล่ม
ตำรามากมายปานนั้น เขาเองยังไม่กล้ารับประกันว่าจะสามารถอ่านจบภายในสองปี แต่คนตรงหน้านี้กลับ…
เยี่ยนเหออันเริ่มจะกลุ้มใจขึ้นมา อ่านไปเยอะขนาดนั้นในช่วงเวลาสั้น ๆ จูซุ่นเต๋อรับไหวได้อย่างไร?
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องที่อีกฝ่ายทุจริตในการสอบหรือไม่ตรงไหน?
จูซานหันหน้าไปทางนายอำเถออวี้หงซิ่นอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “ใต้เท้านายอำเภอ เรื่องอื่นข้าน้อยไม่ทราบ แต่จากคำบอกเล่าหลังการสอบเสี้ยนซื่อของน้องเจ็ด หัวข้อที่ออกสอบอยู่ในตำราที่เขาอ่านมาทั้งหมด หรือก็หมายความว่าคำถามในการสอบเสี้ยนซื่อรอบนี้ เขาทำได้ทุกข้อ หากใต้เท้าไม่เชื่อ ในตำราหนึ่งร้อยสิบสองเล่มนี้ ใต้เท้าสามารถสุ่มมาตรวจสอบได้เลย น้องชายของข้าน้อยสามารถท่องได้ไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว”
เมื่อวาจานี้ดังขึ้น คนทั้งหลายพลันฮือฮา
นั่