หมขอรับ?”
“อะไรนะ ที่นี่ก็เต็มเหมือนกัน?!” บัณฑิตผู้นั้นมีสีหน้าตกใจ
ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมกล่าวว่า “ทำอย่างไรได้เล่าขอรับ เวลานี้ของทุกปีก็มักจะเป็นเช่นนี้ พวกท่านเร่งไปถามโรงเตี๊ยมอื่นเถอะ ถ้ารอช้ากว่านี้ ไม่เหลือห้องว่างเลยสักที่ เช่นนั้นก็ยุ่งยากแล้ว”
มีคนหันมาเห็นพวกจูชีที่ถือห่อสัมภาระมาด้วย จึงชี้มาทางพวกเขาพลางถามผู้ดูแลคนนั้นว่า “แล้วพวกเขาหมายความว่าอย่างไร? พวกเขาก็เข้ามาพร้อมกับพวกข้าไม่ใช่รึ?”
ผู้ดูแลมองมาแล้วค่อยตอบว่า “อ้อ พวกท่านหมายถึงคนจากสำนักศึกษาหลานฮวานั่นเอง อาจารย์พวกเขาเป็นสหายเก่าแก่ของพวกข้า จองห้องเอาไว้ล่วงหน้าแล้วขอรับ”
“เรื่องแบบนี้จองล่วงหน้าได้ด้วย?”
“แน่นอนอยู่แล้ว สำนักศึกษาของพวกเขาเข้าร่วมการสอบทุกปี ถือเป็นลูกค้าเก่าแก่ของพวกเรา”
……
พวกลูกศิษย์ทั้งหลายได้ยินเข้าก็เมียงมองไปทางอาจารย์เสิน ในใจรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก อาจารย์ช่างใส่ใจจริง ๆ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงต้องเที่ยวหาที่พักไปทั่วเหมือนบัณฑิตคนอื่นแล้ว
อาจารย์เสินทราบว่าฐานะครอบครัวของลูกศิษย์ในสำนักไม่ได้ดีนัก จึงไม่ได้จองห้องที่ดีมากเอาไว้ แต่จองห้องระดับล่างให้ทั้งหมด
ถ้าต้องการประหยัดเงิน ลูกศิษย์สองคนใช้ห้องเดียวกันก็ย่อมได้
เสินกวงจี้มากับบิดา เขาเข้าพักห้องเดียวกับบิดาโดยไม่ต้องสงสัย
ขณะที่จูชีพักห้องเดียวกับศิษย์ร่วมสำนักคนหนึ่ง จูซานที่ตามมาด้วยปูเบาะนอนบนพื้นในห้องของพวกเขาพอให้ผ่านหลายคืนนี้