้เขานี่แหละคอยดูแลให้ความช่วยเหลือ ข้าถึงไม่ได้รับความลำบากตอนอยู่ในนั้น”
นางทำเป็นชมเชยเหวินเหรินซานเหมือนไม่ตั้งใจ
มารดาของหลี่ฉินยิ่งฟังก็ยิ่งชอบใจ ถ้าไม่ติดที่ว่ารอบด้านยังมีพวกเด็ก ๆ นั่งอยู่ด้วย นางคงออกปากตรง ๆ ไปแล้ว
เย่อวี๋หรานเตือนสติว่า “เจ้าชอบคนเดียวไม่พอหรอกนะ คนที่จะออกเรือนไปใช้ชีวิตกับเขาคือลูกสาวของเจ้า เรื่องนี้ต้องถามความคิดเห็นของหลี่ฉินด้วย”
“ถามนางทำไม? นางเป็นเด็กเป็นเล็กจะไปเข้าใจอะไร? คำสั่งของบิดามารดา คำทาบทามของแม่สื่อ พวกเราผู้ใหญ่ตัดสินใจกันเองก็พอแล้ว”
เย่อวี๋หรานส่ายหน้ายิ้ม ๆ “พอฉินยาโถวมาแล้ว เจ้าก็ถามนางเถอะ”
พวกนางไม่ได้ถามหลี่ฉินต่อหน้าพวกเด็ก ๆ แต่รั้งตัวหลี่ฉินเอาไว้ข้างนอก
เย่อวี๋หรานไม่ได้บอกว่าเป็นความคิดของตนเอง เพียงบอกว่ามารดาของนางต้องตาเด็กหนุ่มที่มาอวยพรปีใหม่คนหนึ่ง ถามว่านางคิดเห็นอย่างไร
ถ้านางไม่ถือสา จะได้ใช้โอกาสนี้จัดการให้พวกนางสองคนได้พบหน้ากันแล้วค่อยว่ากันอีกที
หลี่ฉินนึกถึงคนที่เพิ่งได้พบเมื่อครู่ ใบหน้าก็พลันแดงก่ำ “เรื่องนี้…เรื่องนี้ยกให้ท่านแม่กับแม่บุญธรรมตัดสินใจเจ้าค่ะ”
มารดาของหลี่ฉินเอ่ยด้วยความปีติยินดี “เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา”
ท่าทางที่เด็กหนุ่มคนนั้นจ้องมองลูกสาวของตนเอง มารดาของหลี่ฉินได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว
เหวินเหรินซานคิดไม่ถึงเลยว่าก่อนจากไป เขาจะมีโอกาสได้พบหน้าหลี่ฉินอีกครั้งหนึ่ง
หากบอ