น้าผากของอีกฝ่าย “เด็กโง่ จะคำนับจริงจังอะไรถึงเพียงนั้น? พวกเรารับรู้ถึงความตั้งใจก็พอแล้ว ไหนมาให้ย่าดูหน่อยว่าผิวแตกหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะท่านย่า ท่านดูสิเจ้าคะ หน้าผากของข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” จูปาเม่ยแย้มยิ้ม ทั้งยังถูไถกับตัวของแม่เฒ่าจูอีกด้วย
หลานชายและหลานสาวของแม่เฒ่าจูมีมากนัก แต่มีหลานหลายคนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ยิ่งไปกว่านั้น หากนับตามความอาวุโสแล้ว บ้านของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อค่อนข้างอาวุโสมาก จึงแต่งออกไปนานแล้ว ปีหนึ่งก็ยากที่จะกลับบ้านสักครั้ง นับดูแล้วจูปาเม่ยก็เป็นหลานสาวเพียงคนเดียว ทั้งยังสนิทกับตัวเอง ในใจนางเรียกได้ว่าอบอุ่นและอ่อนนุ่ม
จูชีและจูปาเม่ยกล่าวคำอวยพรจบก็วนมาถึงคราวของต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่า และซื่อเป่า
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าตามจูชีไปเรียนหนังสือด้วยนานถึงเพียงนั้น เมื่อพูดอวยพรก็ยังมีความสุภาพเรียบร้อย ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าเรียนหนังสือมา
“ท่านปู่ ท่านย่า เหลนจูอันไคขออวยพรปีใหม่ให้พวกท่านขอรับ กลิ่นหอมของบุปผาในวันปีใหม่ ดอกไม้บานนำพามาหกกลิ่น กลิ่นหอมแรกส่งให้ท่านไม่แก่เฒ่า กลิ่นหอมที่สองนำพาท่านอายุยืนยาว กลิ่นหอมที่สามทำให้ฟันท่านแข็งแรง กลิ่นหอมที่สี่ทำให้ท่านไม่เป็นกังวล กลิ่นหอมที่ห้าทำให้ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง กลิ่นหอมที่หกทำให้มีความสุข มีรอยยิ้มอยู่เสมอ! ขออวยพรท่านปู่ ท่านย่า สุขสันต์วันปีใหม่ขอรับ!”
พูดจบก็คุกเข่าลงบนพื้น และก้มหัวคำนับ
เ