นสนนกกระเรียน มีความสุขไม่รู้จบ สุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน ขออวยพรให้ผู้อาวุโสทั้งสองอ่อนวัยตลอดไป”
หลังจากไปเรียนหนังสือแล้ว ยังได้รับผลสำเร็จ มองคำที่พูดออกมาแล้วก็ล้วนเต็มไปด้วยความรู้
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูต่างซาบซึ้งใจ ทั้งยังมีแต่ความยินดี หยิบซองแดงที่เตรียมไว้ล่วงหน้าขึ้นมา “ลุกขึ้นเร็ว เด็กดี ต่อไปก็ตั้งใจเรียน อนาคตจะได้เป็นขุนนางใหญ่เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล”
ความจริงทั้งสองคนก็ไม่ได้คาดหวัง เพียงแต่พูดอวยพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเท่านั้น
คาดไม่ถึงว่าจูชีกลับคิดว่าเป็นเรื่องจริง จึงพูดอย่างจริงจัง “ต้องการให้เป็นขุนนางใหญ่หรือขอรับ? เช่นนั้นข้าจะลองดูขอรับ”
พ่อเฒ่าจู “…”
จริงจังถึงเพียงนี้จะดีหรือ?
เย่อวี๋หรานอดยิ้มไม่ได้ เด็กที่แยกแยะคำอวยพรเพื่อความเป็นสิริมงคลไม่ออก ไม่เรียกทึ่มแล้วจะเรียกอะไร?
ยังดีที่ยามนี้ได้เรียนหนังสือแล้ว จึงสามารถเรียกได้ว่า ‘หนอนหนังสือ’
เป็นหนอนหนังสือ ย่อมดีกว่าคนทึ่ม
เยว่อวี๋หรานกวักมือเรียกให้จูปาเม่ยเข้ามา
สีหน้าจูปาเม่ยยิ้มแย้ม ก้าวยาว ๆ มาข้างหน้า โค้งหัวคำนับอย่างหนักแน่น “ท่านปู่ ท่านย่า หลานสาวจูซูจิ้งขออวยพรปีใหม่ให้พวกท่านเจ้าค่ะ ขอให้พวกท่านมีแต่เรื่องที่เป็นดั่งใจหวัง มีความสุขอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อายุยืนยาว มีวาสนาล้ำลึกดั่งมหาสมุทร โชติช่วงดั่งดวงตะวันจันทรา ไม่แก่เฒ่าเจ้าค่ะ”
“ดี ๆๆ” แม่เฒ่าจูรีบดึงจูปาเม่ยลุกขึ้นมา แล้วแตะที่ห