หน ตอบว่า “คือ…ข้าก็ไม่รู้ เจ้าลองถามนางดูไหม?”
“ถามนางทำไม? ใครจะไปรู้ว่านางเป็นบ้าอะไร? ไม่สนใจนางแล้ว กินข้าวกันดีกว่า…” หลิวซื่อพูด “มื้อเย็นวันนี้มีของกินมากมายเต็มไปหมด ท่านดูเนื้อบนโต๊ะสิ ยามปกติตัดใจทำลงเสียที่ไหน ชีวิตนี้ข้ายังไม่เคยกินเนื้อเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย…”
เห็นอาหารบนโต๊ะต้องลงท้องญาติคนอื่นไปทั้งอย่างนี้ หลิวซื่อสุดแสนจะเสียดาย
นางลอบตำหนิแม่สามีกับพวกพี่น้องสะใภ้อยู่ในใจว่าทำอะไรสิ้นเปลือง
นางออกไปแค่ไม่นาน ทำไมพวกนางต้องทำอาหารมากมายขนาดนี้ด้วย คิดจะผลาญเสบียงในเรือนจนเกลี้ยงเลยงั้นรึ?
นางไม่กล้าขัดแย้งกับแม่สามี ทว่าเอาแต่นั่งอยู่ในที่ตัวเอง คีบเนื้อใส่ปากอย่างเอาเป็นเอาตาย กลัวว่าถ้ากินน้อยลงไปสักชิ้นก็จะเสียเปรียบคนอื่น
นอกจากนี้ นางยังเชื่อว่าตอนนี้นางกินปากเดียวสองท้อง จะต้องกินให้เยอะหน่อย ไม่อย่างนั้นจะพอให้บำรุงคนสองคนได้อย่างไร?
ทารกน้อยในครรภ์ที่ยังมีขนาดเท่าเมล็ดถั่ว “…”
อย่ามาโบ้ยความผิดให้ข้านะ!
อาหารมื้อนี้เริ่มรับประทานกันช้า ประกอบกับทุกคนรับประทานกันค่อนข้างนาน ทั้งกินข้าวและร่ำสุรา จนถึงยามฟ้ามืดโดยไม่รู้ตัว
พวกผู้ชายดื่มสุราไหแรกหมดแล้วก็คิดจะเปิดไหที่สอง
สุดท้ายยังคงเป็นเย่อวี๋หรานที่ออกหน้าห้ามปราม “พอแล้ว ๆ หยุดดื่มได้แล้ว ยังต้องเหลือไว้สำหรับรับรองแขกช่วงปีใหม่อีกนะ พวกเจ้าดื่มหมดแล้ว ถึงตอนนั้นจะทำอย่างไร?”
“ครอบครัวพวกเราไม่มีลูกสาวที่ออ