นั้นทันที
นางหันกลับมาถามเสียงอ่อย “ท่านแม่ มีอะไรเจ้าคะ? ทำไมท่านโมโหอีกแล้ว?”
“พูดราวกับว่าข้าชอบโมโหโดยไร้เหตุผลอย่างนั้นล่ะ ข้าถามเจ้าหน่อย มื้อเย็นวันนี้ใครเป็นคนทำ?” ตอนแรกเย่อวี๋หรานไม่อยากให้มีเรื่อง คิดจะปล่อยไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
แต่หลิวซื่อไม่รู้สำนึกเช่นนี้ ตอนทำอาหารไม่เห็นคน กินข้าวเสร็จแล้วยังคิดจะทิ้งงานอีก?
เย่อวี๋หรานไม่สบอารมณ์เสียแล้ว
สกุลจูมีสมาชิกมาก นางสามารถทำให้ทุกคนอยู่ในโอวาทได้ ย่อมเป็นเพราะปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม
“หา? ก็พวกข้าทำน่ะสิเจ้าคะ…” หลิวซื่อคล้ายจะไม่ตระหนัก
“พวกข้า?” เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “พวกข้าที่เจ้าว่ารวมใครบ้าง? รวมเจ้าด้วยไหม?”
“ทำไมจะไม่รวมล่ะเจ้าคะ ข้า…”
นางยังพูดไม่จบ เย่อวี๋หรานก็พูดตัดบทขึ้นมาว่า “เจ้าทำอาหารจานไหน?”
หลิวซื่อ “…”
“เอาเถอะ ข้าเปลี่ยนคำถามก็แล้วกัน ตอนหุงข้าว เจ้าเอาข้าวไปล้างหรือเติมฟืนในเตากันล่ะ?”
หลิวซื่อ “…”
“ข้าให้คนไปหาเจ้าเสียทั่วแต่ก็หาตัวไม่เจอ พอถึงเวลากินข้าว เจ้าค่อยโผล่หน้ามา ตอนนี้กินข้าวเสร็จแล้ว ถึงเวลาเก็บโต๊ะ ทำไมรึ เจ้ายังคิดจะหนีกลับห้อง ทิ้งงานทั้งหมดให้คนอื่นอีกครั้ง?”
“ข้า…ข้าท้องอยู่นะเจ้าคะ…” หลิวซื่อลูบไล้หน้าท้อง อยากเตือนแม่สามีว่าตอนนี้นางเป็นสตรีมีครรภ์ เป็นสิ่งล้ำค่า
นางยังสำทับมาอีกว่า “ไม่แน่ว่าอาจเป็นลูกสาวก็ได้!”
เย่อวี๋หรานหมดคำพูด “…”
นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มกลั้