แต่ตอนนั้นกระมัง?”
ตอนที่นางเห็นหลิวซื่อออกไปก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เข้าใจว่าพี่สะใภ้รองออกไปทำงาน ทว่าคนที่ไปเด็ดผักคือพี่สะใภ้สี่กับพี่สะใภ้ห้า แต่กลับไม่มีใครเห็นพี่สะใภ้รอง ก็หมายความว่า…
เย่อวี๋หรานให้จูเอ้อร์กลับไปดูที่ห้องว่าหลิวซื่ออยู่หรือไม่
จูเอ้อร์กลับมาอย่างรวดเร็ว “ไม่อยู่ขอรับ”
ผู้ชายที่อยู่ในห้องโถงมีสีหน้าแตกต่างกันไป
ช่วงข้ามปีแบบนี้ ใครไม่เป็นห่วงภรรยาของตัวเองบ้าง?
แต่วันกินมื้อข้ามปีแบบนี้กลับขาดคนช่วยเตรียมงานไปหนึ่งคน นี่มันเรื่องอะไรกัน?
จะแอบอู้ก็ไม่อาจทำกันอย่างนี้หรอกนะ?
จูเอ้อร์สังเกตได้ถึงสายตาของพี่น้องคนอื่นก็รู้สึกลำบากใจ “ท่านแม่ ข้าไปหาอีกทีดีไหมขอรับ? นางอาจไปท้ายเรือนก็ได้…”
แต่ก็ไม่ได้มั่นใจถึงเพียงนั้น
เพราะเขาเข้าใจนิสัยของหลิวซื่อดี รู้สึกว่าเป็นไปได้มากทีเดียวที่ผู้หญิงคนนี้จะหาโอกาสแอบอู้
“อื้ม” เย่อวี๋หรานมีสีหน้าปราศจากความรู้สึก
ไม่ผิดไปจากที่คิด จนกระทั่งหลิ่วซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อเตรียมอาหารเย็นใกล้จะเสร็จแล้ว หลิวซื่อก็ยังไม่ปรากฏตัว
จูเอ้อร์กระวนกระวายใจยิ่ง
ยามนั้นเอง มีเสียงพูดคุยหัวเราะกันดังมาจากประตูเรือน คิดไม่ถึงว่าหลิวซื่อจะกลับมาจากข้างนอกพร้อมกับพวกพ่อเฒ่าจู แม่เฒ่าจู จูซานเสิ่น และจูซื่อเสิ่น
คนทั้งหลายที่กำลังยกโต๊ะกันอยู่ “…”
พวกเขาว่าแล้วเชียว ทำไมถึงหาคนไม่เจอ ที่แท้ก็ไปทางนั้นนั่นเอง
ทุกคนทราบว่าวันนี้เป็นวันรับประทานอ