ับผิดชอบทำอาหารเย็นคือพวกนางสองคน
ความจริงแล้วเมื่อเช้านี้ ทุกคนล้วนทำงานอยู่ในครัว แต่ถึงตอนที่ท่านหมอมาที่เรือนจึงพักไว้ก่อนชั่วคราว
ยามนี้หมอชาวบ้านจากไปแล้วก็ย่อมต้องกลับมาทำงาน
หลี่ซื่อกับหลินซื่อกำลังทำงานอย่างอื่น อีกสักพักจึงจะกลับมา หน้าที่ทำอาหารจึงเป็นของพวกนางสองคน
หลิ่วซื่อเข้าใจว่าหลิวซื่อมาตอนนี้เพื่อช่วยงาน ที่ไหนได้…
หลิวซื่อไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา
หลิ่วซื่อยืนถือทัพพีอยู่ที่เดิม รู้สึกอึดอัดกลัดกลุ้ม
งานในครัวมีตั้งมากมาย คงไม่ได้จะให้นางทำคนเดียวหรอกนะ?
นางกลัวว่าตนเองทำคนเดียวแล้วอาจไม่เสร็จ
ความกังวลนี้ไม่ได้ไร้เหตุผลเสียทีเดียว ผ่านไปครู่หนึ่ง หลี่ซื่อกับหลินซื่อก็กลับมาจากล้างผัก พบว่าหม้อในครัวเพิ่งจะเริ่มร้อน แม้แต่ข้าวก็ยังหุงไม่สุก
“พี่สะใภ้ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ? ช่วงที่พวกข้าออกไปก็น่าจะเริ่มทำอาหารไปแล้วนี่นา?” หลี่ซื่อถาม
หลิ่วซื่อเติมฟืนเข้าไปในเตา กล่าวอย่างอมทุกข์ว่า “มีข้าคนเดียว ต้องเตรียมของหลายอย่างก็เลยยังไม่เสร็จ”
“หา? พี่สะใภ้รองเล่า? พี่สะใภ้รองต้องช่วยท่านทำไม่ใช่หรือเจ้าคะ?” หลินซื่อสงสัย
วันข้ามปีเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการแสดงฝีมือของเหล่าลูกสะใภ้ พวกนางจะพลาดไปได้อย่างไร จึงไล่พวกเด็กสาวออกไปจากห้องครัว ให้พวกนางไปผิงไฟในห้องโถง
ต้องทำงานมาทั้งปี เด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนเพิ่งจะได้ผ่อนคลายจริง ๆ ก็ช่วงไม่กี่วันนี้เอง พวกนางย่อมเต็มใจ