องหรือไม่ท้อง?”
“ข้าต้องรู้อยู่แล้วสิ ข้าก็บอกไปแล้วนี่นา ข้าคิดว่าตัวเองท้องแล้ว แต่แม่เจ้าไม่เชื่อ ต้องให้ข้าไปหาหมอให้ได้”
จูเอ้อร์ไร้คำจะพูด “เจ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปสิ”
หลิวซื่อพลันชะงักฝีเท้า “ไม่ไปก็ไม่ไป คิดว่าข้าอยากไปนักรึ? ในท้องข้าคือลูกหลานสกุลจูของพวกเจ้านะ ไม่ใช่ลูกหลานสกุลหลิวของพวกข้าเสียหน่อย”
พูดจบก็วกกลับไปทันที
จูเอ้อร์ค่อยได้สติคืนมา รีบดึงนางเอาไว้ “นี่ ทำไมเจ้าเป็นคนแบบนี้นะ? พูดจาอยู่ดี ๆ ก็ของขึ้นเสียแล้ว เอาล่ะ ๆ เลิกทะเลาะกัน รีบไปเถอะ ท่านแม่ให้พวกเรารีบไปรีบกลับนะ…”
ตอนแรกตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมคน สุดท้ายกลายเป็นข่มขู่อีกฝ่ายไปเสียอย่างนั้น
เขาสำทับมาอีกว่า “ไม่ให้ท่านหมอตรวจก่อน กลับไปจะบอกท่านแม่ว่าอะไร?”
วิธีนี้กลับใช้ได้ผลกับหลิวซื่อ ท่าทางเดินตัวปลิวของนางเชื่องช้าลงทันตาเห็น
“เจ้าให้ข้าไปเองนะ ข้าไม่ได้อยากไปเสียหน่อย” หลิวซื่อยังคงปากแข็ง
จูเอ้อร์ยอมแพ้ “ใช่ ๆๆ ข้าให้เจ้าไปเอง”
สองสามีภรรยาเดินไปถึงเรือนของหมอชาวบ้านอย่างไม่ค่อยราบรื่นนัก
ยามนั้น ครอบครัวของหมอชาวบ้านก็ก่อกองไฟไว้ในเรือนเช่นกัน คนทั้งบ้านกำลังนั่งผิงไฟกันอยู่
ในช่วงเวลานี้ หากไม่มีเรื่องใหญ่อะไร คนทั่วไปก็จะไม่เชิญเขาไปตรวจโรค
เหตุผลข้อแรกคืออากาศหนาว ไม่มีใครอยากออกมาข้างนอก อีกข้อคือใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่แล้ว ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องไม่เป็นมงคล
ดังนั้น เมื่อภรรยาของหมอชาวบ้านไ