่อยแน่นอน รบกวนพี่สะใภ้รองกับน้องสะใภ้ห้าแล้ว”
“พี่สาม ท่านจะเกรงใจไปแล้ว คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องขอบคุณหรอกเจ้าค่ะ ท่านนั่งก่อนสักครู่ พวกข้าจะไปทำให้เดี๋ยวนี้” รอยยิ้มเกลื่อนทั่วใบหน้าหลินซื่อ
ในช่วงเวลานั้น บรรยากาศของความสุขคลี่คลุมไปทั่วเรือนสกุลจู
เมื่อนึ่งเกี๊ยวเสร็จแล้ว นำมารับประทานคู่กับน้ำแกงกระดูกหมูที่จูซื่อเอ่ยปากชม จูซาน จูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่ารับประทานอย่างเอร็ดอร่อยกันถ้วนหน้า
“อร่อย!” ต้าเป่าซดน้ำแกงจนหมดถ้วย สีหน้าอิ่มหนำสำราญ “อาสี่ ลิ้นของท่านยอดเยี่ยมยิ่งนักขอรับ ต่อไปถ้าข้าอยากกินอะไร แค่เดินตามหลังท่านก็พอแล้ว”
วาจาทะเล้นของต้าเป่าทำให้จูซื่ออดจะเย้ากลับไปไม่ได้ “เดินตามหลังข้าก็พอแล้ว? ถ้าข้าผายลม เจ้ายังจะตามอยู่ไหม?”
หลี่ซื่อฟาดมือใส่แผ่นหลังจูซื่อ “พูดจาอะไรของเจ้า ต้าเป่าจะโตไปเป็นบัณฑิตในวันหน้านะ เจ้าระวังหน่อย อย่าสอนเด็กซี้ซั้ว”
จูซื่อรีบยอมรับความผิดทันที บอกว่าต่อไปไม่กล้าทำอีกแล้ว
เขาพูดหยอกต้าเป่า “ข้าเสียเปรียบแย่แล้ว ตั้งแต่เด็กน้อยอย่างพวกเจ้าเรียนหนังสือ อาสะใภ้สี่ของพวกเจ้าก็รังเกียจข้าเสียแล้ว ต้าเป่า วันหน้าเจ้าต้องชดเชยให้ข้าอย่างสมน้ำสมเนื้อหน่อยนะ”
ต้าเป่ายิ้มพลางเอ่ยว่า “ได้สิ อาสี่ ต่อไปให้ซานเป่ากับซื่อเป่ามาเรียนหนังสือกับพวกข้า ข้ากับเอ้อร์เป่ารับหน้าที่ปูพื้นฐานให้พวกเขาเอง”
“ใช่แล้วขอรับ ข้าก็เหมือนกัน อาสี่ ข้ารู้จักตัวหนังส