ายตลบ จากนั้นก็กลับไปช่วยหั่นมันเปลวต่อ “ปาเม่ย เจ้าดูไว้หน่อย ข้าจะไปช่วยงานทางนั้น”
“เจ้าค่ะ ท่านไปเถอะ เดี๋ยวข้าเฝ้าเอง”
จูปาเม่ยเฝ้าเตาพลางทำงานเย็บปักไปด้วย บางครั้งก็จะลุกขึ้นมาคนมันหมูในกระทะ
ครั้นรู้สึกว่ามันเปลวเริ่มคายน้ำมันออกมาแล้ว นางจึงเรียกหลิ่วซื่อ “พี่สะใภ้ใหญ่ แบบนี้ได้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ? มีน้ำมันออกมาแล้ว”
“ไหน ข้าขอดูหน่อย” หลิ่วซื่อหั่นมันเปลวในมือเสร็จก็เดินเข้ามาดู “ยังไม่ได้ที่ เจียวต่อไปสักพัก”
ครั้นเห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว นางจึงยืนอยู่ตรงนั้นไม่จากไปไหน
จนกระทั่งนางเห็นว่าถึงเวลาแล้วจึงให้จูปาเม่ยลดไฟลง แล้วยืนเฝ้าอยู่หน้าเตา
มันเปลวเต็มกระทะแบบนั้น นางจำเป็นต้องพลิกอยู่เป็นระยะ เพื่อไม่ให้ส่วนที่อยู่ข้างล่างติดกระทะ ขณะที่ส่วนบนยังไม่มีน้ำมันออกมา
มันเปลวมีมากจึงใช้เวลานานพอสมควร เจียวไปจนกากหมูกลายเป็นสีเหลืองทองทั้งหมดก็เป็นอันเสร็จสิ้น
คนสกุลจูยุ่งอยู่กับการจัดการเนื้อหมูสามตัวนั้นติดต่อกันหลายวัน
ทั้งหมักเนื้อและนำไปตากแห้ง
เนื้อรมควันยังไม่รีบร้อน ต้องหมักทิ้งไว้หลายวัน จึงค่อยนำมารมควันได้
ระหว่างนั้น พวกผู้ชายสกุลจูก็ขึ้นไปตัดกิ่งสนมาจากบนเขา ทั้งยังขุดรากไม้แก่ ๆ ลงมาด้วย
แล้วหาบลงมาจากบนเขา นำมากองไว้ในห้องเก็บฟืนที่สร้างขึ้นใหม่บริเวณท้ายเรือน ซึ่งเป็นเพิงมุงหลังคาสำหรับเก็บฟืนโดยเฉพาะ
ส่วนพวกผู้หญิงล้างเครื่องในหมู แยกไส้หมูออกมา สับเนื้อหมูแล้วนำ