ก็พลันเงียบเสียงลง
เย่อวี๋หราน “…”
หรือว่านางจะกลับมาได้ไม่ถูกเวลา?
“ท่านแม่ ท่านกลับมาแล้ว!” หลี่ซื่อตอบสนองรวดเร็วที่สุด นางกระวีกระวาดลุกขึ้นมา “มาสิเจ้าคะ มานั่งด้วยกัน พี่สะใภ้ใหญ่เก็บของอร่อยไว้ให้ท่าน อุ่นค้างไว้บนเตารออยู่เลยเจ้าค่ะ ข้าจะไปยกออกมาเดี๋ยวนี้”
“ข้าไปดีกว่า” หลิ่วซื่ออยู่ตรงนั้นต่อไปแล้ววางตัวไม่ถูก จึงแย่งงานไปทำ
หลี่ซื่อเห็นอย่างนั้นก็ไม่บ่ายเบี่ยง “ได้เจ้าค่ะ ท่านไปเถอะ อย่าลืมเอาน้ำมาให้ท่านแม่ด้วยนะเจ้าคะ ท่านแม่เดินทางมาทั้งวัน คงหิวแล้วเป็นแน่”
“ท่านแม่ มาสิเจ้าคะ ท่านนั่งลงตรงนี้” คราวนี้หลิวซื่อมีพัฒนาการแล้ว ที่นั่งของพี่สะใภ้ใหญ่ข้างกายว่างลง นางจึงยืมดอกไม้ถวายพระทันที
เย่อวี๋หรานเดินไปนั่งลงท่ามกลางสายตาของทุกคนทั้งอย่างนี้
ไม่จำเป็นต้องให้ใครบอก เย่อวี๋หรานก็ทราบสาเหตุที่พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูมาปรากฏกายที่นี่เวลานี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องของจูเอ้อร์เม่ยแล้วยังจะเป็นใครไปได้อีก?
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ ข้าคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านเฉียนเฉวียนแล้ว หนังสือรับรองก็มีแล้วเจ้าค่ะ” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “นางกับลูกชายคนเล็กแยกเรือนกับเหล่าเฉียนและเฉียนซินสองพ่อลูกอย่างเป็นทางการแล้ว ทรัพย์สินทุกอย่างของครอบครัว สองพี่น้องแบ่งกันคนละครึ่งเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูถอนหายใจออกมา
“แยกเรือนกันได้ก็ดีแล