ถจัดการเรื่องแยกเรือนให้จูเอ้อร์เม่ยเสร็จเรียบร้อย กล่าวได้ว่ารวดเร็วทันใจยิ่งนัก
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นคอยสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ มาตลอด พวกนางรู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก: สมแล้วที่เป็นพี่สะใภ้ใหญ่ จะใครหรือเรื่องไหนก็รับมือได้หมด!
ถ้าเปลี่ยนเป็นพวกนาง คงไม่ง่ายดายเช่นนี้กระมัง?
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านร้ายกาจจริง ๆ!”
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านยอดเยี่ยมยิ่งนักเจ้าค่ะ!”
ระหว่างทางขากลับ พวกนางผลัดกันประจบเย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “พอแล้ว พอแล้ว รีบเดินทางกันเถอะ ฟ้าจะมืดอยู่แล้ว พวกเจ้าอยากเดินทางตอนกลางคืนงั้นรึ?”
“จะต้องกลัวอะไรเจ้าคะ มีพี่สะใภ้ใหญ่อยู่ด้วยทั้งคน” จูซานเสิ่นยิ้มตอบ “ขอเพียงมีพี่สะใภ้ใหญ่อยู่ด้วย ข้าก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”
“ข้าก็เหมือนกัน” จูซื่อเสิ่นช่วยเสริมทัพ “อยู่กับพี่สะใภ้ใหญ่ปลอดภัยที่สุดแล้ว จะทำอะไรก็สามารถวางใจได้ทั้งนั้น”
“หยุดยอได้แล้ว ยอต่อไปทางก็ไม่ใกล้ขึ้นมาหรอกนะ ประหยัดแรงเอาไว้ดีกว่า ยังต้องเดินทางอีกไกล”
……
ยากนักที่พี่น้องสะใภ้ทั้งสามจะเข้ากันได้ดีโดยไม่มีเรื่องขุ่นเคืองใจกันเช่นนี้
แล้วก็เป็นเช่นที่เย่อวี๋หรานคาดการณ์เอาไว้ เมื่อพวกนางกลับถึงหมู่บ้านสกุลจู ฟ้าก็มืดแล้ว
เย่อวี๋หรานแยกกับจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่น พอเข้าไปในเรือนก็เห็นพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจู
คนอื่น ๆ นั่งล้อมผู้เฒ่าทั้งสอง คล้ายกับกำลังพูดคุยกันอยู่
เมื่อนางปรากฏตัวขึ้น ทั้งห้อง