จริงแล้ว ตั้งแต่ตอนที่นางแต่งเข้ามาช่วงแรกก็อยากจะแยกเรือนแล้ว
ทว่าน่าเสียดาย ท่านพ่อยังอยู่จึงหมดสิทธิ์จะทำเช่นนั้น
นางได้แต่ปลอบตนเองในใจ บอกให้ตนเองอดทนเอาไว้ อดทนอดกลั้น รอสักวันหนึ่ง…
นางอายุน้อยกว่าพ่อแม่สามี ย่อมสามารถเฝ้ารอจนถึงวันนั้น
แต่อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า เรื่องน่ายินดีจะมาถึงโดยไม่คาดหมาย ทำให้นางไม่กล้าเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นไปชั่วขณะ
น้ำตาพลันพรั่งพรูออกมา
เฉียนเสี่ยวซินไม่รู้ว่านางร้องไห้เพราะเหตุใด เข้าใจว่านางกำลังยินดีที่เรื่องที่กังวลใจไม่ได้เกิดขึ้น
เขาเองก็ดีใจเหมือนกัน แต่เขาเป็นผู้ชาย ไม่อาจร้องไห้ออกมาได้ เขายกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตาบนหน้านางอย่างเงอะงะ “อย่าร้อง ผ่านไปแล้ว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว…”
นี่เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับเฉียนเสี่ยวซินและภรรยา ทว่าสำหรับภรรยาของเฉียนซินแล้ว นี่กลับเป็นฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ดี ๆ นี่เอง
นางนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น
อะไรนะ?!
ท่านแม่จะแยกเรือน?!
ไม่ ๆ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ท่านแม่จะแยกเรือน แต่เป็นเรื่องที่ท่านแม่จะพาครอบครัวของเฉียนเสี่ยวซินไปด้วย
หากเป็นเช่นนี้ ที่นี่ก็จะเหลือเพียงนางกับลูก ๆ…
ภรรยาของเฉียนซินสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว
ปกติมีแม่สามีและน้องสะใภ้คอยดูแล เฉียนซินยังกล้าลงไม้ลงมือกับนาง ทำราวกับจะทุบตีนางให้ตายกระนั้น ถ้าแยกเรือนกันจริง ๆ เมื่อเฉียนซินกลับมา นางยังจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร?
“ไม่!”
“ข้าไม่เห็นด้วย ข้าไม่เห็น