่านหุบปากเจ้าค่ะ พี่สามี!
เอาเถอะ พี่สามีกับพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ใช่คู่มือของพวกนาง จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นจึงทำตัวเป็นกำแพงประกอบฉากต่อไปเงียบ ๆ
จูเอ้อร์เม่ยพูดอะไรออกมามากมาย สรุปได้ว่า นางตำหนิที่เย่อวี๋หรานไม่ยอมให้นางขัดขวางลูกสะใภ้ ลูกสะใภ้ออกไปคราวนี้คงต้องไปนัดแนะกันมาเป็นแน่แท้
เย่อวี๋หราน “…”
นัดแนะกันมาอะไรกัน?
คิดว่าทุกคนเพิ่งออกมาจากคุกเหมือนเจ้าหรือไร?
นางตัดบทจูเอ้อร์เม่ยอย่างรำคาญใจ “ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าพูด แต่ข้าถามเจ้าหน่อยเถอะ นั่นเป็นลูกสะใภ้ของเจ้าหรือเป็นศัตรูของเจ้ากันแน่?”
“ก็ต้องเป็นลูกสะใภ้ของข้าอยู่แล้วสิเจ้าคะ ทำไมหรือ?”
“ในเมื่อเป็นลูกสะใภ้ของเจ้า แล้วทำไมเจ้าต้องป้องกันนางขนาดนี้ด้วย? หัวใจคนเราเป็นก้อนเนื้อ แต่เจ้ากลับทำราวกับหัวใจของนางหลอมจากเหล็ก นางควรกตัญญูต่อเจ้าไหม?”
จูเอ้อร์เม่ยกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ “นางเป็นลูกสะใภ้ของข้าก็ต้องกตัญญูต่อข้าสิ ถ้านางกล้าไม่กตัญญูต่อข้า ข้านี่แหละจะตีนางให้ตาย”
“เฮอะเฮอะ!” เย่อวี๋หรานแค่นหัวเราะ “เจ้าคิดว่าลูกสะใภ้ใจร้ายที่บีบให้แม่สามีตายล้วนเป็นเรื่องแต่งหรือไร?”
จูเอ้อร์เม่ยพูดไม่ออก
เพราะนางคิดถึงพี่สะใภ้ใหญ่ ซึ่งก็คือเย่อวี๋หราน
แม้ว่าจนถึงตอนนี้ เย่อวี๋หรานไม่ได้บีบให้มารดาของนางตาย แต่ปีนั้นตอนที่พี่สะใภ้ใหญ่อาละวาดจะแยกเรือนให้ได้ ก็แทบทำให้มารดาของนางโมโหจนกระอักเลือดออกมาแล้ว
หากพูดถึงลูกสะใภ้ใจร้าย พี่สะใภ