องให้ละเว้นพวกเขา”
“เรื่องนี้สำหรับข้าแล้วไม่ได้ยากอะไรเลย แค่คำพูดประโยคเดียวเท่านั้น หากพวกเขาใจกล้ากว่านี้ก็คงไม่กล้ามาอาละวาดต่อหน้าข้า แต่เอ้อร์เม่ยเล่า?”
“ถ้าเอาตามความคิดของพวกท่าน ต่อไปเอ้อร์เม่ยก็คงจะกลับไปสกุลเฉียนสินะ? เรื่องอย่างการวางแผนฆ่าเอ้อร์เม่ย พวกเขายังทำออกมาได้ แถมยังไม่ต้องรับโทษอีก พวกท่านคิดว่าต่อไปพวกเขาจะทำอะไรบ้าง?”
“ไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำเลยนี่นา?”
“ถ้าพวกท่านไม่กลัวว่าเอ้อร์เม่ยจะเป็นอะไรไป ข้าก็จะไปหาใต้เท้านายอำเภอ บอกให้เขาปล่อยคนเดี๋ยวนี้เลย”
……
เย่อวี๋หรานพูดจาน้ำไหลไฟดับ ผู้เฒ่าทั้งสองไฉนเลยจะกล้าพูดอะไรออกมาอีก
แม่เฒ่าจูความคิดไม่แจ่มใสนัก ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี พ่อเฒ่าจูยังเข้าใจเหตุผลอยู่บ้าง จึงถามขึ้นว่า “เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างไร?”
“ข้าคิดว่าเรื่องนี้ง่ายดายยิ่งนัก ขังคนไว้ในคุกนั่นแหละ” เย่อวี๋หรานตอบ
“ให้อยู่ในคุกต่อไป? นี่ก็ไม่ใช่วิธีที่ดี หรือจะให้เอ้อร์เม่ยอยู่กับสองพ่อลูกสกุลเฉียนในคุกไปเรื่อย ๆ?” พ่อเฒ่าจูขมวดคิ้ว “เอ้อร์เม่ยอายุมากแล้ว สภาพแวดล้อมในคุกเลวร้ายขนาดนั้น ถ้านางอยู่ที่นั่นไปนาน ๆ ร่างกายจะรับไหวได้อย่างไร?”
“เอ้อร์เม่ยย่อมไม่อยู่ในนั้นไปตลอดอยู่แล้ว นางไม่ได้เป็นคนวางแผนร้ายต่อข้าเสียหน่อย นางก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน คนที่ต้องถูกขังคุกคือพ่อลูกสกุลเฉียน แต่คนหนึ่งคือสามี คนหนึ่งก็ลูกชาย พวกเขาผิดต่อนางขนาดนี้ นา