งก็ยังอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาในคุก นี่คือการร่วมทุกข์ร่วมสุข ต่อให้ลือออกไปก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ คนอื่นมีแต่จะชมเชยว่าสกุลจูของพวกเราสั่งสอนลูกสาวได้ดี ไม่นินทาสกุลจูเสีย ๆ หาย ๆ หรอกเจ้าค่ะ”
กล่าวถึงตรงนี้ เย่อวี๋หรานก็ลดความเร็วลง นางกล่าวต่อไปว่า “ขอเพียงความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่โน้มเอียงมาทางพวกเรา พวกเราพูดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ? ถึงตอนนั้น เอ้อร์เม่ยจะหย่า หรือพาลูกชายคนเล็กแยกออกมาอยู่ตามลำพังก็ไม่มีใครว่าอะไรได้”
คำกล่าวข้างต้นทำให้คนทั้งหลายในที่นี้รู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก
สมแล้วที่เป็นสะใภ้ใหญ่ ดูความคิดความอ่านของนางสิ ไม่แปลกเลยที่นางสามารถควบคุมสกุลจูได้เสียอยู่หมัด
ลึกล้ำ! ลึกล้ำจริง ๆ! ฝีมือของท่านแม่ลึกล้ำไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!
เทียบกับท่านแม่แล้ว ข้ายังห่างไกลนัก เห็นทีข้าคงมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก
เฮ้อ! แม้แต่พ่อแม่ของข้ายังพูดสู้เมียข้าไม่ได้ แล้วข้าจะไปทำอะไรได้? หลบอยู่ตามมุมกำแพงเหมือนเดิมดีกว่า
……
จูต้ากับจูอู่คิดไม่ถึงเลยว่าก่อนหน้านี้พวกเขายังคิดกังวลไปต่าง ๆ นานา แต่พอมารดากลับมาเท่านั้นก็จัดการท่านปู่ท่านย่าได้แล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น กระทั่งเรื่องที่อาหญิงรองยังอยู่ในคุกก็กล่าวได้อย่างน่าฟังยิ่งนัก
ควรทราบว่าจูเอ้อร์เม่ยไม่ได้อยากจะอยู่ในคุกต่อด้วยตัวเอง แต่เป็นเพราะหูเบาต่างหาก นางถูกพ่อลูกสกุลเฉียนที่สำนึกตัวได้แล้วกล่อมว่า นางจะไม่สนใจเหล่าเฉียนก็ไ