่จูปาเม่ยเห็นเย่อวี๋หรานก็โถมเข้าไปกอดนางแล้วร้องไห้โฮ “ฮือ ๆๆๆ…ท่านแม่ ดีจริง ๆ ที่ท่านไม่เป็นไร! ข้ากลัวแทบแย่ เมื่อเช้านี้ข้านอนไม่หลับเลย…”
“เอาน่า ไม่เป็นไรแล้ว ข้าก็กลับมาแล้วนี่นา” เย่อวี๋หรานรู้สึกอุ่นวาบในอก นางลูบศีรษะอีกฝ่ายพลางปลอบโยนว่า “ไม่ร้องนะ ถ้ายังร้องต่อไปปาเม่ยของพวกเราจะไม่งามแล้วนะ”
“ไม่งามก็ไม่งามสิ ขอแค่ท่านแม่ปลอดภัย ปาเม่ยยอมให้ตัวเองไม่งามก็ได้…” คนบางคนที่รักสวยรักงามมาตลอดเอ่ยเสียงกระเง้ากระงอด
แต่นี่ก็สะท้อนให้เห็นถึงตำแหน่งของเย่อวี๋หรานในใจนาง จูปาเม่ยเห็นมารดาสำคัญกว่าใบหน้างดงามของตน
ตั้งแต่ได้ใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง เย่อวี๋หรานทุ่มเทเพื่อครอบครัวนี้ไปมากมาย เมื่อได้ยินวาจาประโยคนี้ของจูปาเม่ย นางพลันรู้สึกว่าทุกอย่างนั้นคุ้มค่าแล้ว
“เด็กโง่ ถ้าเจ้าไม่งาม ข้าคงกลุ้มใจแย่!” เย่อวี๋หรานพูดเย้า “เด็กสาวขี้ริ้วหาคนแต่งยาก ข้าต้องเตรียมสินเดิมให้เจ้ามากเพียงใดจึงจะแต่งเจ้าออกไปได้?”
“ท่านแม่~” จูปาเม่ยกำลังเป็นห่วงมารดาอยู่ดี ๆ อีกฝ่ายกลับมาพูดเช่นนี้ นางร้อนใจจนมุ่ยปากพลางขยี้เท้า
เย่อวี๋หรานยิ้มแล้วบีบจมูกอีกฝ่าย “น่าเสียดาย สาวน้อยของพวกเราเป็นสาวงาม รอให้ผ่านไปอีกหลายปี น่ากลัวว่าข้าไม่อยากให้เจ้าออกเรือนก็คงยากแล้ว…”
ถึงอย่างไรก็ใกล้ถึงวัยออกเรือน เมื่อถูกมารดามาหยอกเย้าเช่นนี้ จูปาเม่ยย่อมเขินอายเป็นธรรมดา
ใบหน้านางพลันแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบซอยเท