่ควรริบทรัพย์ก็ริบไป อย่างนั้น…
เมื่อไม่มีบ่อนพนันอี้ซิง ตระกูลเฉียนก็ขาดแหล่งรายได้ไปทางหนึ่ง แล้วจะยอมปล่อยคนที่ทำลายแหล่งทำเงินของพวกเขาไปงั้นหรือ?
“สมแล้วที่เป็นลูกชายของจูต้าเหนียง” นายท่านผู้เฒ่าซุนยิ้มและเอ่ยชมเชย “คุณชายจูอู่ความคิดอ่านปราดเปรียวยิ่งนัก!”
จูอู่ถูกชมเช่นนี้ก็ค่อนข้างขัดเขิน “นายท่านผู้เฒ่าซุนเกรงใจไปแล้ว ข้าเป็นแค่เด็กหนุ่มชนบทคนหนึ่ง คู่ควรกับคำเรียกหาว่า ‘คุณชาย’ เสียที่ไหน ท่านเรียกข้าว่าจูอู่ก็พอแล้ว ทุกคนเรียกข้าเช่นนี้”
“นั่นก็ไม่แน่เสมอไป” นายท่านผู้เฒ่าซุนกล่าว “ตอนนี้ยากจนก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยากจนไปทั้งชีวิต ในสายตาของข้า ครอบครัวพวกเจ้ากำลังไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ คำเรียก ‘คุณชาย’ นี้เป็นเรื่องไม่ช้าก็เร็ว มิสู้นำมาเรียกให้เร็วหน่อย สร้างน้ำใจเล็กน้อยต่อกัน หวังว่าถ้ามีวันนั้น สกุลจูจะไม่ลืมมิตรภาพในวันนี้”
จูอู่ไม่เข้าใจเลยว่าคำกล่าวนี้ของนายท่านผู้เฒ่าซุนมาจากไหน จึงรู้สึกประดักประเดิดอยู่บ้าง
ขณะที่เขาไม่รู้ว่าควรตอบอีกฝ่ายอย่างไร เย่อวี๋หรานก็เอ่ยแทรกขึ้นมายิ้ม ๆ “ขอให้สมพรปากท่าน ถ้ามีวันนั้นจริง สกุลจูของพวกข้าจะต้องแสดงความขอบคุณต่อนายท่านผู้เฒ่าซุนอย่างดีแน่นอน นกน้อยจะบินได้ก็ต้องอาศัยความสูงของกิ่งไม้ คนเราก็เหมือนกัน ถ้าทั้งชีวิตไม่มี ‘ผู้สูงศักดิ์’ ช่วยประคับประคอง ถึงอยากบินก็คงบินไม่ถึงไหน ในเมื่อเป็นบุญคุณของผู้สูงศักดิ์ เจ้านกน้อ