ไรกันแน่
แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเถ้าแก่ของบ่อนพนันอี้ซิง ถ้าจิตใจไม่หนักแน่นพอก็คงไม่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้แล้ว
เขาพยายามสงบจิตใจลง ถามอย่างเยือกเย็นว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ แต่เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว เจียงซู่ผู้นี้หาใช่คนดีอะไร ปกติเจ้าเล่ห์กลับกลอกเป็นที่สุด ถูกข้าตำหนิไปไม่กี่คำ หลายวันก่อนก็ขโมยของของข้าหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
“จะบังเอิญไปแล้วกระมัง? ข้าแค่พูดถึง เขาก็หนีไปแล้ว ถ้าข้าไม่พูดถึง เขาก็คงไม่หนีสินะ?”
“จูต้าเหนียง ใต้หล้านี้มีเรื่องบังเอิญมากมาย ข้าเองก็สุดปัญญาจะไปกะเกณฑ์ ผู้ใดจะรู้ว่าพอคนของข้าหายไปปุ๊บ เจ้าก็เอ่ยถึงคนผู้นี้พอดีเล่า? คนที่ไม่รู้คงคิดว่าพวกเจ้าร่วมมือกันเองเพื่อใส่ร้ายคนเป็นนายแล้ว” เถ้าแก่ถังนอกจากจะไม่ลนลานแล้วยังสาดน้ำเย็นกลับไปอีกต่างหาก
ทำไมจะไม่ได้เล่า เจ้าบอกว่าคนของข้าหนีไป แล้วทำไมข้าจะพูดบ้างไม่ได้ว่าการหนีของเขาเป็นการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ทั้งยังเป็นการวางแผนร่วมกับคนบางคนอีกด้วย
เถ้าแก่ถังยังยกตัวอย่าง บอกว่าที่บ่อนพนันของเขามีคนคิดไม่ซื่อจำนวนไม่น้อย บางครั้งก็จะมีคนวางแผนร้ายต่อเขาเช่นนี้ วิธีการหลากหลายสารพัน เขาเองก็อับจนปัญญา
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็แปลกใจมากแล้ว ถ้าคนผู้หนึ่งเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แล้วถ้ามีสองคน สามคนเล่า?” เย่อวี๋หรานจับจ้องดวงตาของเถ้าแก่ถังขณะกล่าวว่า “ท่านว่าในโลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร ทั้งส่งคนมาลอ