ทร์หรอกนะ?
ช่วงเวลาที่จูเอ้อร์เม่ยกลับมาอยู่บ้านเดิมหลายวันนี้ทำให้พวกนางไม่ได้อยู่อย่างสงบ ทั้งคู่จึงอยากให้จูเอ้อร์เม่ยจากไปใจจะขาด
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องให้ความร่วมมือกับแผนการของพี่สะใภ้ใหญ่ พวกนางคงไล่คนกลับไปแล้ว
ครั้นเห็นเย่อวี๋หรานถือถาดเดินมา พวกนางสองคนก็รีบเข้าไปหา
“พี่สะใภ้” จูซานเสิ่นขานเรียกเสียงเบา ชี้ไปที่ห้องแล้วเอ่ยว่า “ข้าคิดว่านางดูไม่ชอบมาพากลเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานมองผ่านรอยแยกประตูเข้าไปในห้อง แล้วกระซิบถามว่า “เป็นแบบนั้นตั้งแต่ตื่นขึ้นมาแล้ว?”
“เจ้าค่ะ พอรู้ว่าสามีกับลูกชายทำอะไรไปบ้างหลังนางหมดสติ นางก็เป็นแบบนี้”
“ก็ปกตินี่นา” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “ผู้หญิงคนนั้นอายุมากแล้ว แต่กลับพบว่าสามีกับลูกชายอยากให้ตนเองตายไปใจจะขาด จิตใจนางจะรับได้อย่างไร? เป็นเช่นนี้ยังมิสู้ตายไปเสียรู้แล้วรู้รอด ทุกอย่างจะได้จบสิ้นเสียที ตามองไม่เห็นก็ไม่วุ่นวายใจ”
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นเงียบไป ก็ไม่แปลก ถ้าพวกนางเป็นจูเอ้อร์เม่ยก็คงโมโหจนกินอะไรไม่ลงแล้ว
เพราะเหตุนี้ พวกนางสองคนจึงได้เลื่อมใสพี่สะใภ้ใหญ่ยิ่งนักอย่างไรเล่า
ตอนแรกจูเอ้อร์เม่ยยังไม่ยอมร่วมแสดงละครแต่โดยดีอยู่เลย บอกว่าลูกชายกับสามีของนางต้องมารับนางอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะมาที่หมู่บ้านสกุลจูทำไม?
เย่อวี๋หรานจึงเดิมพันกับอีกฝ่าย “ถ้างั้นก็เอาอย่างนี้ ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อ พวกเราก็มาเดิมพันกันเถอะ”
“ข้าจะเดิมพันกับ