ท่านทำไม ไม่เอา”
เย่วอี๋หรานยั่วยุต่อ “สิบตำลึงเลยนะ เจ้าไม่อยากได้?”
“ท่านมีเงินเยอะขนาดนั้นเชียว?!” ดวงตาของจูเอ้อร์เม่ยพลันลุกวาว
ตอนที่ผู้หญิงคนนี้จะซื้อผ้าขาวมาทำชุดใหม่ให้นางยังขี้เหนียวเสียขนาดนั้น แล้วตัดใจเอาเงินสิบตำลึงมาเดิมพันกับนางได้งั้นหรือ?
“ไม่มีเงินก็มีบ้านอยู่ไม่ใช่รึ? เรือนหลังใหม่ของข้าหลังนั้นยังจะไม่ถึงสิบตำลึงอีกหรือไร?”
เรื่องนี้ล่อลวงใจคนเกินไป จูเอ้อร์เม่ยกลืนน้ำลายดังเอื๊อก นางกล่าวอย่างพลุ่งพล่านว่า “ท่านจะเดิมพันกับข้าจริง ๆ? นั่นคือเรือนหลังใหม่เชียวนะ…”
“ย่อมไม่อาจยกเรือนหลังใหม่ให้เจ้า แต่เอาไปแลกเงิน แล้วจ่ายสิบตำลึงให้เจ้า ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรไม่ใช่รึ?” เย่อวี๋หรานไม่บอกหรอกว่า ด้วยฐานะครอบครัวของตนเองในตอนนี้ การจะเอาเงินสิบตำลึงออกมาจากเงินกองกลางไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
ไม่อย่างนั้น คิดว่าเรื่องที่นางเปิดภัตตาคารร่วมกับพี่เป้านั่นเป็นเรื่องล้อกันเล่น ๆ งั้นเรอะ?
หากมิใช่เพราะเพิ่งเปิดร้าน กิจการยังไม่มั่นคง รายได้แต่ละเดือนก็คงไม่ใช่แค่เท่านี้แล้ว
เรื่องเหล่านี้ย่อมไม่พูดออกมา เพื่อไม่ให้คนอื่นอิจฉาริษยา
คนเราทำตัวสมถะเข้าไว้ย่อมเป็นเรื่องดีกว่า!
ลมหายใจของจูเอ้อร์เม่ยเปลี่ยนเป็นกระชั้นขึ้นมา หัวใจพลันร้อนวาบ “ตกลง ได้อยู่แล้ว ข้าเดิมพันกับท่าน”
“ข้าเดิมพันด้วยเงินสิบตำลึง เจ้าจะเอาอะไรมาเดิมพัน?” เย่อวี๋หรานไม่ได้รีบร้อน นางเอ่ยเสียงเนิบนาบ
“ท่า