ชมพี่สะใภ้สี่ของเจ้าแบบนี้ ถ้านางรู้เข้าคงหน้าบานพอดี” จูซื่อรู้สึกภูมิใจนิด ๆ
หากภรรยาใครได้รับคำชมจากผู้อื่น จิตใจก็คงจะเบิกบานเช่นกัน โดยเฉพาะนางยังโดดเด่นกว่าลูกสะใภ้คนอื่น ๆ อีกด้วย
“ข้าไร้ความเห็น พวกเจ้าจัดการกันเองเถอะ” เย่อวี๋หรานไม่สนใจว่าใครจะเป็นคนต้มยาอยู่แล้ว ขอแค่จูเอ้อร์เม่ยได้กินยานี้เพื่อแก้พิษก็พอแล้ว
ตอนเย็น หลี่ซื่อก็ได้ทราบ ‘ความจริง’ จากปากของจูซื่อ
นางมีสีหน้าตื่นตะลึง “มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?!”
“เจ้าอยากตายหรือไร เรื่องสำคัญขนาดนี้ก็ไม่บอกข้า” นางโมโหจนตีจูซื่อไปหลายที
จูซื่ออับจนปัญญา “เบาหน่อย ใช่ว่าไม่อยากจะบอกเจ้า แต่เรื่องนี้ใหญ่หลวงเกินไป กลัวว่าเรื่องราวจะรั่วไหล ดังนั้นจึงไม่ได้บอกใครเลย ถ้าไม่ใช่เพราะน้องห้าอยากให้เจ้าเป็นคนต้มยา ก็ไม่แน่ว่าจะบอกเรื่องนี้ต่อเจ้า…”
หลี่ซื่อถลึงตาใส่เขา “น้องห้ายังรู้ว่าข้าพึ่งพาได้ เจ้าเล่า? เจ้าเป็นสามีของข้านะ เจ้ายังเชื่อใจข้าได้ไม่เท่าน้องห้าของเจ้าเลย”
“ไม่ใช่…” จูซื่อปฏิเสธติดต่อกันหลายครั้งค่อยง้อภรรยาได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน หลินซื่อกลับมาถึงห้องก็ถอนหายใจ
นางเล่าคำพูดเมื่อตอนกลางวันของหลิวซื่อให้จูอู่ฟัง แล้วเอ่ยว่า “เจ้าว่าทำไมท่านแม่ถึงลำเอียงแบบนี้นะ? เมื่อก่อนลำเอียงรักสะใภ้คนอื่นก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ยังเป็นคนในครอบครัวเรา คราวนี้กลับลำเอียงไปหาคนนอก…จะพูดอย่างไรนั่นก็เป็นเงินกองกลาง เงินเป็นร้อยเหรียญเชียวน