่อไม่เหมือนกัน นางมองจูเอ้อร์เม่ยอย่างประหลาดใจ แล้วหันไปถามเย่อวี๋หรานทันที “ท่านแม่ นาง…ทำไมนางก็ไปด้วยล่ะเจ้าคะ?!”
เรื่องที่นางไปหาหมอ มีคนเพิ่มมาอีกคนก็เท่ากับมีความเสี่ยงเพิ่มมาอีกส่วนน่ะสิ?
สวรรค์?! ถ้าเรื่องนี้ลือกันออกไป นางจะไปพบผู้คนได้อย่างไร?
“เป็นไรไป ข้าไปไม่ได้งั้นรึ?” จูเอ้อร์เม่ยหย่อนบั้นท้ายลงนั่งเบียดข้างหลิวซื่อ
“นี่ ท่าน…” หลิวซื่อเป็นคู่มือของจูเอ้อร์เม่ยเสียที่ไหน นางถูกเบียดไปข้าง ๆ ทันที
นางมองจูเอ้อร์เม่ยอย่างโมโห แล้วหันไปฟ้องเย่อวี๋หราน “ท่านแม่ ท่านดูนางสิเจ้าคะ!”
“ข้า? ข้าจะทำไม? ข้าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเจ้านะ ผู้อาวุโสอย่างข้ายอมนั่งข้าง ๆ เจ้าก็คือไว้หน้าเจ้า เป็นอะไร เจ้าไม่พอใจ?” ไม่รอให้เย่อวี๋หรานพูด จูเอ้อร์เม่ยสวนกลับทันควัน
นางกลัวเย่อวี๋หรานได้ แต่ไม่กลัวสะใภ้ตัวน้อย ๆ ที่อ่อนอาวุโสกว่านางไปรุ่นหนึ่งหรอกนะ
“ท่าน!…” หลิวซื่ออัดอั้นใจยิ่งแล้ว
บนเกวียนเทียมวัวไม่ได้มีแค่พวกนาง แต่ยังมีคนอื่นจากในหมู่บ้าน
หากมีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย คนอื่นก็จะหันมามอง
เมื่อหลิวซื่อถูกคนอื่นมองมาเช่นนี้ก็รู้สึกเหมือนถูกเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมด อับอายขายหน้ายิ่งนัก
นางเกลียดอาหญิงรองที่ ‘หน้าไม่อาย’ ผู้นี้แทบตายแล้ว
ไร้เหตุผลแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ถูกสามีปลด!
สมน้ำหน้า!
นางแช่งชักอยู่ในใจ อยากให้หญิงชั่วร้ายผู้นี้ด่วนตายไปใจจะขาด
แต่นางกลับไม่นึกเกลียดชังเย่อวี๋หรานที่เห็