รกแล้ว ในเมื่อพี่สี่ไม่เห็นด้วย อย่างนั้นเรื่องนี้…”
เขากัดฟันเอ่ย “เรื่องนี้ก็ช่างเถอะ!”
แม้ตอนนี้เขายังไม่มีวิธีการที่ดีกว่า แต่ถ้าทำเช่นนี้แล้วทำให้พี่สี่เกลียดเขา เขายอมร่วมทุกข์กับพี่สี่ดีกว่า
เอาเถอะ ความจริงเขาก็คิดว่าพี่สี่โง่จริง ๆ
นอกจากทำให้คนซาบซึ้งใจ ประโยชน์สักน้อยก็ไม่มี แก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติไม่ได้เลย
จูซื่อได้ยินวาจาของจูอู่ก็พลันเงยหน้าขึ้นมา “จริงหรือ?!”
แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
จูอู่พยักหน้า “จริงสิ มีอะไรสำคัญไปกว่าคนในครอบครัวอีกหรือ? พี่สี่ ข้าไม่ได้จะว่าท่านหรอกนะ เอะอะก็คุกเข่า ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล ไปเลียนแบบใครมาหรือ? ตอนพูดจาก็ไม่รู้จักมองหน้าคนอื่นบ้าง ข้าอยากพูดตั้งหลายครั้ง ท่านก็ไม่ให้โอกาสข้าพูด ทำข้าอัดอั้นใจแทบบ้า…”
ถ้ามองคนอื่นบ้าง คงสังเกตเห็นความผิดปกติของเขากับท่านแม่แล้ว
แต่พี่สี่คนโง่ผู้นี้กลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตาร้องทุกข์ ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา
จูซื่อละอายใจอยู่บ้าง
จูอู่ไม่คิดจะทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ เพียงหันไปหาเย่อวี๋หราน “ท่านแม่ ท่านว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไรดีขอรับ? ถ้าพวกเราไม่ตัดขาดกับทางนั้น พออาหญิงรองตายไป พวกเราทั้งหมดก็คง…”
เขาไม่ได้พูดออกมาจนจบ แต่ทุกคนก็ทราบจุดจบดี
เย่อวี๋หรานกวาดสายตามองพวกเขา แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าดีใจยิ่งที่ในใจพวกเจ้าเห็นคนในครอบครัวสำคัญที่สุด ความรุ่งโรจน์เสื่อมโทรมของวงศ์ตระกูลไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนสมาชิ