น พี่สี่กับพี่ห้ากลับปฏิบัติต่อพวกตนอย่างดีเช่นนี้
“เอาล่ะ รีบเข้านอนเถอะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว”
จูซื่อให้จูอู่อยู่เป็นเพื่อนพวกเขา ส่วนตนเองกลับไปจัดการความเรียบร้อยในห้องครัว
มิคาดว่าครั้นกลับเข้าห้องครัวไปก็เห็นว่าหลี่ซื่อจัดการใกล้จะเสร็จแล้ว
“เจ้าลุกมาทำไม?” จูซื่อเห็นหลี่ซื่อหาวก็รู้สึกสงสาร “บอกให้เจ้านอนแล้วนี่นา ทางนี้ข้าจัดการเองได้…”
หลี่ซื่อนำถ้วยที่ล้างเสร็จแล้วไปเก็บไว้ในตู้ นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้ารู้ว่าเจ้าจัดการได้ แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าเหนื่อยขนาดนั้นนี่นา เอาล่ะ ข้าจวนจะทำเสร็จแล้ว”
เห็นจูซื่อยื่นมือออกมาก็รีบห้าม “หยุดเลยนะ มือเจ้าสะอาดแล้วก็ไม่ต้องมาทำให้เปื้อนอีก ถึงอย่างไรมือข้าก็เปื้อนแล้ว ใกล้จะเสร็จแล้วด้วย”
จูซื่อได้แต่ขยับไปยืนข้าง ๆ คอยมองนางทำงานอย่างจนใจ
“คราวหน้าไม่เอาแบบนี้แล้วนะ ข้าบอกให้เจ้านอนเจ้าก็นอนไปสิ กำลังนอนอยู่ดี ๆ จะลุกขึ้นมาทำไม?” น้ำเสียงจูซื่อเจือแววตำหนิ
ช่วงกลางวันต้องดูแลลูกและทำงานอยู่ในเรือน ทั้งยังต้องดูแลเรื่องการค้าอีกต่างหาก ที่จริงวันหนึ่ง ๆ หลี่ซื่องานรัดตัวทีเดียว
ผู้หญิงที่เดิมทีอ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่ตัวเดียวกลับถูกมารดาของเขาบังคับให้ฝึกทักษะสารพัดอย่าง
ทั้งทำชาด ถักสร้อยข้อมือ อ่านเขียน คำนวณ ทำบัญชี…
คนคนเดียวแต่ทำงานได้เท่ากับคนหลายคน
จูซื่อคิดว่าในบรรดาลูกสะใภ้สกุลจูไม่มีใครเก่งกาจเท่าภรรยาของเขา เขาทั้งภาคภูมิใจทั้งสงสาร