เช่นกัน “เจ้าทำอะไรไป เขาถึงจะปลดเจ้า?”
“ฮือ ๆๆ…ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย ข้าลำบากตรากตรำเพื่อตระกูลเฉียนของพวกเขามาครึ่งค่อนชีวิต ลูกชายกับหลานชายก็โตหมดแล้ว เขายังจะปลดข้า ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
“พี่ใหญ่ ท่านต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้ข้านะเจ้าคะ”
“ทำแบบนี้เท่ากับบีบให้ข้าถึงทางตายชัด ๆ”
……
จูเอ้อร์เม่ยนั่งอยู่บนพื้น ร้องไห้น้ำหูน้ำตานองหน้า น่าอเนจอนาถเหลือประมาณ
ความคิดแรกของจูเหล่าโถว จูเหล่าซาน และจูเหล่าซื่อก็คือ จูเอ้อร์เม่ยจะต้องทำอะไรผิดมาแน่นอน ไม่อย่างนั้นถึงขั้นเป็นย่าคนแล้ว คนเขายังจะปลดนางได้อย่างไร?
ถามไปถามมาก็บอกให้นางพูดมาเสียโดยดีว่าตนเองทำอะไรลงไปกันแน่
แต่จูเอ้อร์เม่ยเอาแต่พูดว่าตนเองถูกปรักปรำ ยืนกรานว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด คนสกุลเฉียนต่างหากที่ไร้ยางอาย จะปลดนางโดยไร้เหตุผล
นางสาธยายว่าตอนนางแต่งเข้าบ้านสกุลเฉียน ครอบครัวเขายากจนอย่างกับอะไรดี เล่าว่าหลังจากนั้นนางคลอดลูกมาอย่างยากเย็นแค่ไหน ต้องลงไปทำนา ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม เว้นช่วงไปหลายปีก็ยังไม่ท้อง
ภายหลังตั้งครรภ์แล้วก็ต้องแท้งบุตรเพราะความโหดร้ายของแม่สามี
สรุปได้ว่า ชั่วชีวิตของนางผ่านมาอย่างอเนจอนาถยิ่งนัก
เนื่องจากไม่ได้คุ้นเคย เย่อวี๋หรานจึงไม่ค่อยพูดอะไร นางนั่งอยู่บนเก้าอี้นิ่ง ๆ มองพี่น้องสกุลจูคุยกัน
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูก็ร้อนใจ แต่พวกเขาอายุมากแล้ว ถามอยู่หลายคำก็ยังไม่ได้ความ จึงยกให้ลู