”
พี่เป้าเห็นนางไม่ยอมพูดก็ไม่ฝืนใจ
วันนี้เจียงหยวนซือพบอุปสรรคที่เรือนสกุลจูอีกแล้ว เขาโมโหยิ่งนัก
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หลังจากถูกคน ‘ปล้นชิง’ ทั้งยังถูกทุบตีไปคราวก่อน เขาก็โชคร้ายยิ่ง
มาหาจูปาเม่ยกี่ครั้ง นางก็ไม่เคยได้อยู่ตามลำพัง มักมีคนอื่นอยู่ด้วยตลอดเวลา
เจียงหยวนซือนึกสงสัย ‘คนสกุลจูคงไม่ได้จับได้แล้วหรอกนะ?’
เขาหลบอยู่หลังต้นไม้ หรี่ตาลงเล็กน้อย
ถ้าคนสกุลจูจับได้แล้ว เขาควรทำอย่างไร?
เวลาและเงินทองที่ทุ่มเทไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะกำไลเงินวงนั้น เจียงหยวนซือจดบัญชีไว้ที่จูปาเม่ยคนเดียว แล้วจะตัดใจปล่อยไปทั้งอย่างนี้ได้อย่างไร
เขาหลอกลวงผู้หญิงมาตั้งมากมาย แต่ก็ไม่เคยมีใครจัดการยากเหมือนจูปาเม่ย
เสียงจูปาเม่ยเล่นกับเด็กน้อยสองคนนั้นอย่างเบิกบานใจ และเสียงคนอื่นพูดคุยกันเป็นระยะดังออกมาจากในเรือน
เจียงหยวนซือยืนอยู่ตรงนั้นพักใหญ่จนกระทั่งแข้งขาเมื่อยแล้วก็ยังไม่สบโอกาส
เขาจำต้องล่าถอยไปก่อนชั่วคราวอย่างไร้ทางเลือก
“เฮ้อ…เห็นที ข้าคงต้องมาใหม่คราวหน้า”
เจียงหยวนซือยกของหวานในมือขึ้นมอง สุดท้ายได้แต่เอาออกมากินเองจนหมด
เขาเดินกลับพลางคิดว่า ถ้าเข้าใกล้จูปาเม่ยในทางลับไม่ได้ เขาสมควรเปลี่ยนวิธีการดีหรือไม่?
ถึงเขาจะไม่อยากพบบิดามารดาของอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีวิธีอื่นจริง ๆ จะใช้วิธีนี้ก็ได้เหมือนกัน
แต่ตอนที่จะสลัดอีกฝ่ายทิ้งอาจยุ่งยากสักหน่อย…
“ช่างมันเถอะ อย่างมากถึงตอนนั้