นค่อยเปลี่ยน…”
เจียงหยวนซือพูดกับตัวเองยังไม่จบก็พลันถูกไม้ท่อนหนึ่งฟาดศีรษะจากข้างหลัง
ป้าบ!
เจียงหยวนซือยังไม่ทันได้ตอบสนอง สองตาเหลือกลาน ล้มฟาดพื้นไปทั้งอย่างนั้น
ชายตัวโตที่ถือท่อนไม้กวักมือไปทางพงหญ้า “เร็วหน่อย พี่เป้ารออยู่นะ”
“มาแล้ว มาแล้ว!”
ผู้ชายหลายคนพุ่งออกมาจับเจียงหยวนซือมัดเอาไว้ อุดปากเขา เอาถุงกระสอบคลุมศีรษะ แล้วยัดคนเข้าใส่ลงไปในถุงกระสอบใบใหญ่อีกที
บนเส้นทางสายน้อยนอกตำบลอันจิ่วมีวัดร้างแห่งหนึ่ง
ยามนั้นนอกวัดมีรถม้าที่ไม่สะดุดตาคันหนึ่งจอดอยู่
คนผู้หนึ่งยืนอยู่นอกวัด เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้า
“พี่เป้า คนมาแล้ว”
พี่เป้าที่นั่งอยู่บนก้อนหินก็เห็นแล้วเช่นกัน เขาจึงยืนขึ้นมา “อืม!”
“พี่เป้า จับคนมาส่งแล้วขอรับ”
“แน่ใจนะว่าไม่ผิดคน?”
“แน่ใจขอรับ พวกข้าให้พี่น้องสกุลจูช่วยยืนยันตัวแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี หามเข้าไปในวัด ตัดขาที่สามของมันให้ข้าซะ”
“ฮะ?!” คนผู้นั้นมีสีหน้าตะลึงพรึงเพริด
ไม่หรอกมั้ง พี่เป้า คนผู้นี้มีความแค้นกับพี่งั้นเรอะ?!
พี่เป้าเผยสีหน้าเย็นชา “มาฮะอะไร รีบไปจัดการ!”
เขาไม่ยอมรับหรอกว่าตอนที่จูต้าเหนียงบอกเขาให้ทำเช่นนี้ เขาเองก็ตอบสนองเช่นนี้เหมือนกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวของจูต้าเหนียงยังเล็ก เขาคงเข้าใจไปว่า…
“โอ๊ย…”
เจียงหยวนซือถูกความเจ็บปวดปลุกให้ตื่นขึ้นมา เขาร้องโหยหวน
น่าเสียดายที่เสียงของเขาถูกเศษผ้าในปากอุดเอาไว้จึงดังออกไปไม่ไก