็วิ่งมาที่นี่ทันที?”
“เจ้าค่ะ ข้าร้อนใจนี่นา…ท่านแม่ ท่านอยากให้พี่สะใภ้สี่มาเป็นพยานใช่ไหม? ได้ ข้าจะไปเรียกนางมาเอง” ไม่รอให้เย่อวี๋หรานออกคำสั่ง หลินซื่อที่ร้อนอกร้อนใจก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปหาคนทันที
นางคงโชคดี เพราะเพิ่งออกมาถึงประตูเรือนก็เห็นเงาร่างของหลี่ซื่อ จูอู่ หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยมาแต่ไกล
หลินซื่อบังเกิดความคิดเชื่อมโยงที่ไม่สู้ดีนัก พี่สะใภ้สี่คงไม่ย้ายข้างหรอกนะ?
ไม่ได้การ ข้าต้องให้ท่านแม่อยู่ฝ่ายเดียวกับข้า!
นางกลับเข้าไปในเรือนโดยไม่ลังเล
เย่อวี๋หรานเพิ่งเก็บของไปได้ครึ่งเดียวก็เห็นหลินซื่อกลับมาจึงนึกสงสัย “ไวปานนี้?”
“ท่านแม่ ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ หลี่ซื่อเป็นคนบอกข้าจริง ๆ” หลินซื่อเอ่ยอย่างร้อนรน “พวกนางอยู่ที่ประตูเรือนแล้ว เหล่าอู่ก็อยู่ด้วย พวกนั้นจะต้องเข้าข้างกันแน่ ๆ…”
เย่อวี๋หรานงุนงงไปหมด นี่มันเรื่องอะไรกัน?
“ท่านแม่เจ้าคะ/ขอรับ!”
“จูต้าเหนียง!”
จูอู่ หลี่ซื่อ หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเย่อวี๋หรานอย่างว่าง่าย ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตา คอยชำเลืองมองสีหน้าของนางเป็นระยะ
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางแบบนั้นก็ทราบว่าพวกเขาคงไปทำเรื่องอะไรที่นางไม่รู้มาเป็นแน่
“ว่ามาเถอะ เรื่องอะไรกัน?”
ต่างคนต่างมองหน้ากัน ท่าทางลุกลี้ลุกลน
“น้องห้า เจ้าพูดเองเถอะ” เรื่องนี้หลี่ซื่อไม่กล้าเป็นคนรับหน้า เพราะคงต้องถูกตำหนิแน่นอน
“จะเป็นเรื่องอะไรได้ คงไม่อยา