ยกถ้วยชาเหนือหัวแล้วพูดว่า “ท่านพ่อ ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ข้าผิดไปแล้ว” จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก
นางลอบกลอกตา เหอะ! ถ้าไม่ใช่เพราะท่านแม่ให้ข้ามา ข้าคงไม่มาหรอก!
แม้ว่าเมื่อวานเย่อวี๋หรานจะทำให้นางไขว้เขวได้จนนางรู้สึกสบายใจขึ้นก็จริง แต่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วนึกเรื่องที่จูเหล่าโถวทำ ถึงอย่างไรก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ
ครั้นมองท่าทีของพ่อ นางก็รู้แล้วว่าไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำความผิดใหญ่หลวงเลย!
นางสาบานว่าในอนาคตหากแต่งงาน นางจะไม่มีวันหาผู้ชายเช่นนี้แน่
หากเขากล้าทำกับนางเช่นนี้ นางจะ…
หย่ากับเขา!
ชายผู้หนึ่งในอนาคตถึงกับจามออกมา “ฮัดเช่ย! ใครคิดถึงข้า?”
“เอาล่ะ พูดไม่กี่ประโยคก็พอแล้ว ระวังขาลูกสาวเจ้าด้วย” เย่อวี๋หรานเห็นจูเหล่าโถวยิ่งพูดยิ่งไม่รู้จักจบจึงรีบแตะไหล่เขา เพื่อเตือนว่าลูกสาวของเขายังคุกเข่าอยู่
ชายผู้นี้ก็เป็นเช่นนี้จริง ๆ พอได้พูดขึ้นมาแล้วก็ไม่รู้จักหยุดจักหย่อน
อายุมากขึ้นจนเริ่มเข้าสู่วัยชราแล้วหรือ?
เย่อวี๋หรานเริ่มตรวจสอบตัวเอง สงสัยว่าตัวเองจู้จี้จุกจิกเช่นกันหรือไม่
ตัวเองก็ผ่านช่วงวัยรุ่นมาแล้ว จึงรู้ดีว่าไม่มีวัยรุ่นคนไหนชอบถูกผู้ใหญ่มาจู้จี้จุกจิกด้วย
จูเหล่าโถวนึกขึ้นได้ก็รับถ้วยชามาจากจูปาเม่ย “ได้ ลุกขึ้นเถอะ”
“ดื่มชาสิ…เมื่อดื่มแล้วจะถือว่าเป็นการให้อภัย” เย่อวี๋หรานเตือนอีกครั้ง
จูเหล่าโถวค่อย ๆ จิบชาเข้าไปอึกหนึ่ง “เช่นนี้หรือ?”
“ใช่แล้ว!” เย่อวี๋หรานยื่นมือไปพยุ