วามนัยทีละคำ ให้พวกนางเข้าใจความหมายในคำพูด
บางครั้งก็เล่านิทานเพื่อให้พวกนางเรียนรู้วิธี ‘การใช้งานอย่างยืดหยุ่น’
แน่นอนว่าเรื่องการเอาใจใส่จูปาเม่ยเป็นพิเศษอย่างส่วนตัวก็ยังมีอยู่
แม้ว่าหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยจะรู้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เรื่องที่ ‘ห้ามแพร่งพรายให้คนนอกรู้’ เช่นนี้ยังสอนพวกนาง
หากพวกนางยังต้องการมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเป็นการโลภมากเกินไปหรือ?
หลินซื่อเห็นพวกนางสองคนกลับมาจากการเรียนก็รีบเรียก “ท่านแม่สอนอะไรพวกเจ้า?”
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยตอบไปตามความจริง
“ทำไมพวกเจ้ากลับมาแล้วเล่า ปาเม่ยยังอยู่นั่นเพื่อให้ท่านแม่ดูแลเป็นพิเศษหรือ?” หลินซื่อชี้ไปทางเรือนหลังใหม่
“อื้ม ท่านป้าจูบอกว่านางยังมีเรื่องต้องคุยกับปาเม่ยจึงให้พวกข้ากลับมาก่อนเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าก็โง่เหมือนกัน” หลินซื่อจิ้มหน้าผากของทั้งสองคน “บอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าเป็นสิ่งที่เด็กสาวสกุลใหญ่เขาต้องเรียนกัน แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องที่ดี แล้วพวกเจ้าทำไมซื่อสัตย์ถึงเพียงนี้? ท่านแม่บอกให้พวกเจ้ากลับมา พวกเจ้าก็กลับหรือ? ไม่รู้จักเดินให้ช้าสักหน่อยหรือโอ้เอ้สักนิด…จะได้เรียนมากขึ้นอีกหน่อย สมองพวกเจ้าไปไหนเสียแล้ว?”
“พี่รอง…” หลินซื่อเม่ยจนปัญญา “มนุษย์ต้องรู้จักพอ ครอบครัวท่านป้าจูดีกับพวกเราขนาดนี้แล้วก็ไม่ควรอยากได้สิ่งที่ไม่ควรนะเจ้าคะ”
“ข้าก็แค่อยากให้เจ้าได้สิ่งที่ดี”
“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่พี่รอง ท่านป้าจูเล