นที่น้ำและปุ๋ยอย่าได้ปล่อยให้ไหลเข้านาคนนอก[1]
“ข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ? มีเรื่องดี ๆ ข้าจะไม่นึกถึงบ้านของน้องสามและน้องสี่หรือ? เพียงแต่หลังจากนี้มีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่ ดังนั้นครั้งนี้ข้าจึงไม่ได้ให้” เย่อวี๋หรานถามต่อไป “เจ้าพูดเองนะว่าหากครั้งนี้ให้ไป ครั้งหน้าข้าก็ต้องให้น้องสามและน้องสี่ของเจ้า แล้วคนอื่นในหมู่บ้านจะไม่อิจฉาหรือ?”
“พวกเขาจะอิจฉาก็ปล่อยให้อิจฉาไปสิ ใครจะไปกลัวพวกเขา…” คำพูดก็ส่วนคำพูดแต่สีหน้าของจูเหล่าโถวกลับเปลี่ยนไป
เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านมานานหลายปีเช่นนี้ จึงเป็นธรรมดาที่จะรู้ว่าไม่สามารถทำเรื่องอะไรให้คนอื่นอิจฉาได้
ครอบครัวของพวกเขาสะดุดตามามากพอแล้ว หากยังเป็นเช่นนี้อีก…
“เจ้าพูดคำพูดเช่นนี้ออกมาเอง ยังรู้สึกสงบใจได้อยู่หรือไม่?” เย่อวี๋หรานรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกกับความเป็ดตายก็ยังปากแข็ง[2]ของเขา “ทุกคนไม่เพียงแต่เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แต่ยังเป็นคนตระกูลเดียวกันด้วย ก่อนหน้านี้ข้ายังเสียแรงโน้มน้าวผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ ตอนนี้หากไม่แบ่งผลประโยชน์ให้ทุกคน ต่อไปในภายภาคหน้าเมื่อมีผลประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้นจะแบ่งอย่างไรเล่า?”
“เช่นนั้นเจ้าหมายความว่า…”
“ปกติแล้วจะให้บุญคุณเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปก่อน เมื่อมีของดีสักหน่อยพวกเราก็เก็บไว้อย่างเหมาะสม กินของคนอื่นก็ปากอ่อน รับของคนอื่นก็มือไม้อ่อน[3] ทุกคนมีเงินในมืออยู่บ้าง หลังจากนี้ก็ยังต้องพึ่งพาครอบครัวพวกเ