รา เป็นธรรมดาที่จะพูดอะไรออกมาได้ยาก”
เอาเถอะ เรื่องนี้จูเหล่าโถวมั่นใจแล้ว
เขามองไปยังหญิงเฒ่า รู้สึกเพียงว่าสติปัญญาของอีกฝ่ายนั้นมากล้น
ยังดีที่ผู้หญิงเช่นนี้แต่งเข้ามาเป็นภรรยาของเขา หากตกไปเป็นของครอบครัวอื่น…
เดาว่าเขาคงจะเป็นคน ‘ขี้อิจฉา’ ผู้นั้นเสียเอง
“ตอนนี้สบายใจขึ้นแล้ว จะนอนหลับอย่างสงบใจได้หรือยัง?” เย่อวี๋หรานมองเขาและถามด้วยรอยยิ้ม
จูเหล่าโถวรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย มักจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายปฏิบัติกับตนเหมือนเป็นเด็กซนในหมู่บ้าน
“เอาล่ะ หลังจากนี้หากมีอะไรในใจก็ให้มาหาข้าหรือพวกลูกชายของเจ้า ค่อย ๆ พูดคุยกันดี ๆ อย่าทะเลาะกันบนโต๊ะกินข้าวอีก เจ้ามาสร้างเรื่องเช่นนี้ทุกคนที่มองเจ้าจะรู้สึกอย่างไรเล่า ทั้งที่เดิมทีก็ไม่ได้มีเรื่องอะไร ครอบครัวเดียวกันแค่เปิดอกคุยกันก็เรียบร้อยแล้ว” เย่อวี๋หรานแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอีกหลายประโยค
นางโน้มน้าวจูเหล่าโถว อีกด้านหนึ่งทางฝั่งของจูซื่อและจูอู่ก็กำลังเดินไปหาแต่ละบ้านเพื่อแจ้งข่าวเกี่ยวกับเรื่องงานลูกจ้างชั่วคราว
เพราะจูกู่และจูหมี่อยู่ค่อนข้างไกล จึงถูกจัดให้เป็นบ้านแรก
ความจริงนี่ก็ดึกมาก จูกู่และจูหมี่ล้วนเข้านอนไปแล้ว จึงประหลาดใจที่ได้ยินเสียง ‘นกประหลาด’ ข้างนอก
“ทำไมดึกเช่นนี้เล่า?!”
“ไอ้หยา ต้องมีเรื่องอะไรเป็นแน่ รีบลุกเร็ว”
“ชู่ว…เบาเสียงหน่อย อย่าให้ท่านแม่ได้ยิน”
เมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่พวกเขาใช้