แต่ในเมื่อตำบลอี้คังใหญ่กว่าตำบลอันจิ่ว คิดว่าคงมีคนใหญ่คนโตมากกว่าที่นี่ จะเปิดภัตตาคารทั้งที ถ้าสามารถทำให้ถูกรสนิยมพวกเขาได้ ข้าคิดว่าเช่นนี้จะยิ่งดีขึ้นไปอีก”
“แต่ข้าก็ไม่อยากโยนลูกค้ากลุ่มที่เป็นชาวบ้านคนธรรมดาไปเช่นกัน”
“ตามความคิดข้า ข้าอยากให้ทำหน้าต่างบานเล็ก ๆ ไว้ข้างร้านสำหรับขายอาหารที่สามารถซื้อไปกินข้างนอกได้ อย่างเช่นพวกเนื้อตุ๋นพะโล้ ลูกชิ้นรสเนื้อ น้ำพริกเนื้อ…”
……
เมื่อหารือเรื่องเหล่านี้เสร็จ พี่เป้าก็เอ่ยเรื่องที่จูอู่ฝากเจี่ยงโหย่วเซิงมาบอกว่าอยากหางานรับจ้างชั่วคราวให้กับคนหนุ่มในหมู่บ้าน
ทางเขาพอมีงานอยู่บ้าง อยากรู้ว่าพวกเขาจะยินดีทำหรือไม่
ถ้ายินดี ตอนเช้าของอีกสามวันให้หลัง ก็ให้มาหาเขาตรงประตูทางเข้าตำบลอันจิ่ว
ถึงเวลานั้น เขาจะให้คนถือธงไปยืนรอที่นั่น และจะรอจนถึงตอนเที่ยงเท่านั้น
“พี่เป้า รบกวนท่านจริง ๆ ข้าขอขอบคุณท่านล่วงหน้าแทนคนในหมู่บ้านด้วย” เย่อวี๋หรานเคยได้ยินจูซื่อกับจูอู่เปรยถึงเรื่องนี้ คิดไม่ถึงว่าทางด้านพี่เป้าจะมีคำตอบให้เร็วเช่นนี้ จึงรีบกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย
ช่วงเก็บเกี่ยวสิ้นสุดลงแล้ว คนในหมู่บ้านที่อยากทำงานรับจ้างชั่วคราวมีมากมาย แต่งานเหล่านั้นจะแบ่งให้ใครไปทำล้วนต้องพึ่ง ‘เส้นสาย’ ทั้งนั้น
งานบางอย่างคนเขายังไม่ทันเอาป้ายประกาศไปติดก็มีคนจับจองไว้หมดแล้ว คิดว่าบรรดาพ่อบ้านในตระกูลใหญ่เหล่านั้นเลี้ยงไว้ให้เปลืองข้าวสุกเท่านั้นหรือ?
ญาติ