วกเขาไม่อยากให้เรื่องนี้ทำลายชื่อเสียงของจูปาเม่ยและส่งผลกระทบต่อนางไปชั่วชีวิต
เมื่อหลี่ซื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องราวใดแล้วก็มีสีหน้าตกใจ “ไม่หรอกมั้ง?!”
“ชู่ว…” จูซื่อบอกให้นางเบาเสียง “ตอนนี้มีแค่เจ้า ข้า และน้องห้าที่รู้เรื่องนี้ เจ้าอย่าเผลอพูดออกไปเชียว”
หลี่ซื่อตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ จึงพยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจ เจ้าวางใจได้ ข้าจะคอยจับตามองให้”
ยามอยู่ต่อหน้าสามีรับคำเป็นมั่นเหมาะ แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าเย่อวี๋หรานจริง ๆ หลี่ซื่อกลับรู้สึกประหม่าขึ้นมา
นางไม่คิดว่าตนเองจะสามารถปิดบังแม่สามีได้
เย่อวี๋หรานเงยหน้าขึ้นมองมาดังคาด
“ท่านแม่ ทำไมท่านมองข้าแบบนี้ล่ะเจ้าคะ?” หลี่ซื่อกระสับกระส่าย
“พูดมาเถอะ เจ้าไปได้ยินอะไรมาอีกแล้ว”
“ก็ ก็มีแค่เรื่องนี้…”
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของหลี่ซื่อแล้วก็รู้สึกว่าน่าขำ “เอาล่ะ บอกมาตามตรงเถอะ เจ้าพูดขึ้นมาแล้วยังจะมาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ทำไม?”
“ข้ากลัวว่าท่านแม่จะอารมณ์ไม่ดี พอได้ยินแล้วก็โมโหเอานี่นา…” หลี่ซื่อยิ้มประจบ
แต่เห็นท่าทีแม่สามีไม่คล้ายว่าโกรธ จิตใจจึงค่อยผ่อนคลายลง นางยกเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ แม่สามี
“มีอะไรให้โกรธกัน? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนหมายตาเด็กสาวในเรือนเราเสียหน่อย พูดมาเถอะว่าข้างนอกลือกันว่าอย่างไรบ้าง”
สำหรับเรื่องนี้ เย่อวี๋หรานพอจะเดาออก
ในเรือนมีแม่นางน้อยหลายคน อีกไม่กี่ปีก็ถึงวัยดูตัวแล้ว จะมีคนหมายปองก