็เป็นเรื่องธรรมดา
ช่วงวัยแรกแย้ม หนุ่มสาวคนไหนไม่คิดจะแต่งงานบ้าง?
ขอแค่ไม่เกินงาม นางจะปิดตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่งให้ก็ยังได้
“ที่จริงข้างนอกไม่ได้ลืออะไรกันเจ้าค่ะ บัณฑิตผู้นี้ทำอย่างลับ ๆ คิดว่าคงมีแค่คนในครอบครัวเราที่สังเกตเห็น” หลี่ซื่อกล่าว “แน่นอน พวกข้าอาจคิดมากเกินไป สถานการณ์เป็นอย่างไรกันแน่ก็ยังไม่กระจ่าง…”
เกริ่นปูทางเสร็จแล้ว หลี่ซื่อค่อยเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา
แต่กลับไม่ได้พูดว่าจูซื่อกับจูอู่จับได้คาหนังคาเขา เพียงเล่าว่าไปเห็นเข้าโดยบังเอิญ
ชายหนุ่มผู้หนึ่ง ทั้งยังเป็นบัณฑิต มาเตร็ดเตร่อยู่ใกล้ ๆ เรือนพวกตนทั้งที่ไม่มีธุระและไม่ได้มาซื้อของ หากไม่ใช่มาเพราะเด็กสาวในเรือนแล้วยังจะมาเพราะเหตุใดได้อีก?
“อืม ข้ารู้แล้ว เรื่องนี้เจ้าทำถูกแล้ว รู้สึกว่าไม่ปกติก็ควรจับตามองเอาไว้” เย่อวี๋หรานแสดงออกว่าเห็นด้วยกับการกระทำของหลี่ซื่อก่อนเป็นอันดับแรก
ทั้งยังชมไปอีกหลายประโยคว่าในฐานะที่เป็นพี่สะใภ้ นางทำได้ดีแล้ว คนเป็นพี่สะใภ้ก็สมควรดูแลเด็กสาวในบ้าน
เรื่องบางอย่างเด็กสาวไม่สะดวกจะออกหน้า ให้คนเป็นพี่สะใภ้ช่วยรับมือ เด็กสาวก็สามารถรักษาเกียรติเอาไว้ได้
แต่คำพูดของหลี่ซื่อก็ทำให้เย่อวี๋หรานตระหนักได้ว่า ถึงแม้นางจะคิดว่าดูแลเด็กสาวในเรือนสกุลจูอย่างแน่นหนาแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสที่พวกนางจะอยู่ตามลำพัง
ปรากฏว่าชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวนั้นกลับทำให้คนฉวยโอกาสได้
เห็นได้ชัดว่ามีคนค