ูตัวกันแล้ว”
“เจ้าดูเขาสิ พอคนอื่นได้ยินว่าที่บ้านเขามีแม่ที่นอนป่วยบนเตียงอยู่คนหนึ่ง ผู้ใดยังจะยอมแต่งให้?”
……
จูไห่หิ้วปลาสองตัวกลับมา เพิ่งถึงประตูเรือนก็ได้ยินย่าของเขากำลังพูดเช่นนี้ ในใจทั้งปวดใจและโมโห
แต่เขาไม่กล้าขึ้นเสียงใส่คนเป็นย่า จะอย่างไรมารดาของเขาก็ยังนอนอยู่บนเตียง เวลาในบ้านไม่มีของกินก็เป็นปู่ย่าของเขาที่แอบขโมยอาหารจากในเรือนท่านลุงท่านอามาให้พวกเขา
เขารอให้คนเป็นย่าจากไปด้วยความอึดอัดใจ
ทันใดนั้นมีมือข้างหนึ่งแตะลงบนไหล่ของเขา ทำให้เขาสะดุ้งโหยง
เมื่อหันกลับไปก็เห็นว่าเป็นจูอู่
“พี่ห้า…” จูไห่มีสีหน้าเหยเก
เพราะเขารู้ว่าแม้แต่เขายังได้ยิน จูอู่ก็ต้องได้ยินเช่นเดียวกัน
“ชู่ว…” จูอู่ห้ามให้อีกฝ่ายส่งเสียงพูด แล้วกวักมือเป็นเชิงบอกให้ตามออกมา
จูไห่ลังเลเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินตามอีกฝ่ายออกไปจากเรือนตนเอง
“พี่ห้า ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ?” จูไห่ไม่สะดวกใจจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องในเรือนตนเอง
“เฮ้อ…” จูอู่ถอนหายใจแล้วส่งสิ่งของไปให้ “รับไว้เถอะ อดทนไปก่อน เรื่องที่ข้ารับปากเจ้าไว้ใกล้จะได้เวลาแล้ว ช่วงนี้เจ้าก็ทนไปก่อน ถ้าในตำบลส่งข่าวมา ข้าจะมาบอกเจ้าทันที”
จูไห่ชั่งน้ำหนักในมือก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ครั้นเปิดดูก็ต้องตะลึง เงินนี่นา?!
เขาเงยหน้ามองไปทางจูอู่ด้วยความเหลือเชื่อ “พี่ พี่ห้า…ของสิ่งนี้ ท่านได้มาจากไหน? ไม่ใช่สิ ทำไมท่านถึงเอามาให้ข้า…ไม่ได้ ท่านเอาคืนไป น