ผู้นี้มาจากไหน?
นางไปถามพี่สะใภ้สี่อย่างอ้อม ๆ
“คนแปลกหน้า?” หลี่ซื่อเด็ดผักในมือพลางตอบโดยไม่เงยหน้า “ไม่มีนี่ ช่วงนี้ไม่มีคนแปลกหน้าย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านพวกเรา มีอะไรหรือ เจ้าถามเรื่องนี้ไปทำไม?”
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” จูปาเม่ยไม่อาจพูดความจริงอยู่แล้ว
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีอันใด ถ้าให้พี่สะใภ้สี่รู้ เรื่องต้องไปถึงหูมารดาของนางแน่นอน
มารดาของนางนิสัยอย่างไร นางยังจะไม่รู้?
คงได้จับนางมาพร่ำสอนเรื่องคุณธรรมสตรีอีกเป็นแน่แท้
จูปาเม่ยรู้สึกว่าแต่ละวันตนเองมีภาระเรียนและภาระงานมากพอแล้ว ไม่อยากให้มารดาเพิ่มคาบเรียนให้อีก
นอกจากนี้ นางยังไม่คิดว่าระหว่างตนเองกับเจียงหยวนซือจะมีอะไร แค่รู้สึกว่าเขาน่าแกล้งก็เท่านั้น อยู่ว่างไม่มีอะไรทำแกล้งเขาเล่นก็สนุกดีเหมือนกัน สามารถใช้เป็นกิจกรรมฆ่าเวลาได้
แต่อีกฝ่ายมีจุดมุ่งหมายอะไรกันแน่ เรื่องนี้ยังต้องสืบให้กระจ่าง
“แล้วหมู่บ้านข้าง ๆ ล่ะเจ้าคะ?” จูปาเม่ยถาม “ไม่มีพวกลูกท่านหลานเธอหรือบัณฑิตแบบในงิ้วบ้างเลยหรือ? ตอนนี้เข้าฤดูสารท อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวแล้ว พวกคนมีอันจะกินในตำบลไม่ออกมาล่าสัตว์กันเลยหรือเจ้าคะ?”
แท้จริงแล้ว นางเพียงสอบถามอย่างอ้อมค้อม เพื่อดูว่าเรื่องที่เจียงหยวนซือพูดมานั้นสอดคล้องกับสิ่งที่ลือกันอยู่ข้างนอกหรือไม่
“ลูกท่านหลานเธออะไรกัน? ถิ่นทุรกันดารแบบนี้ ผู้ใดยังจะมาที่นี่?” หลี่ซื่อเงยหน้าขึ้นมอง “เจ้าคงไม่ได้ไปฟังคนเล่าเร